นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงการยุบสภาหากเกิดขึ้นในขณะนี้ส่วนตัวเห็นว่า จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้และจะต้องนำปัญหานี้ไปแก้ในปีหน้า อีกทั้งเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมเอง นอกจากนี้ยังเห็นว่าการยุบสภาขณะนี้ ยังต้องใช้ระบบเลือกตั้งแบบเดิมอยู่ ซึ่งจะทำให้ปัญหานั้นวนกลับมาอีก และคำว่าสืบทอดอำนาจก็ยังถูกหยิบยกขึ้นมาอีก

ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุดขณะนี้คือการทำให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเกิดขึ้น และจะเอาใครเป็นรัฐบาลในช่วงนี้ ก็ต้องมาช่วยกันคิด และต้องเป็นรัฐบาลที่ทุกฝ่ายยอมรับ และต้องถ่วงดุลและตรวจสอบได้

ส่วนข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมในเรื่องของการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์นั้น ส่วนตัวคิดว่าทางรัฐสภาไม่สามารถพูดได้โดยตรงแต่หากมีการตั้งเวทีขึ้นมาและเปิดโอกาสให้พูดว่าการปฏิรูปนี้คืออะไรต่างจากการล้มล้างหรือไม่และต้องการปฏิรูปอะไรก็เชื่อว่าต้องมีการรับฟังอย่างเป็นเหตุเป็นผลก่อน ซึ่งอะไรทำได้หรือไม่ได้สังคมจะมีคำตอบเอง จึงไม่ควรไปวิตกกับข้อเสนอดังกล่าวหากมีการพูดคุยกันอาจเป็นเรื่องที่ดีก็ได้ แต่ขณะนี้ก็ยังไม่มีใครเปิดเวทีดังกล่าวเลย ซึ่งรัฐสภาควรที่จะเป็นผู้หารูปแบบว่าการเปิดเวทีลักษณะนี้ควรเป็นเวทีแบบไหน

สำหรับประเด็นมาตรา 272 ที่เสนอนายกนอกบัญชีนั้น เชื่อว่าสมาชิกรัฐสภาทั้ง 700 คนมีวิจารณญาณ ว่าอะไรสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ซึ่งมาตราดังกล่าวสามารถบังคับใช้ได้แต่ต้องมาคิดกันว่าสถานการณ์ปัจจุบันนี้เหมาะสมหรือไม่ที่จะใช้ ส่วนที่ว่าหากนายกรัฐมนตรีลาออกและใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรีต่อนั้น ต้องขึ้นอยู่กับสภาและประชาชน โดยส่วนตัวเห็นว่ามี 2 กลไกตามรัฐธรรมนูญคือเลือกตามแคนดิเดตเดิม หรือการใช้มาตรา 272 ก็ได้หรือใครที่นอกเหนือจากนี้ก็เชื่อว่าสมาชิกรัฐสภาทั้งหมดมีวิจารณญาณในการตัดสินใจ ด้วยการฟังเสียงของสังคม ส่วนที่ว่านายกรัฐมนตรีจะเป็นคนนอกและเหมาะสมหรือไม่นั้นทางฝ่ายค้านต้องมีการหารือกันอีกครั้ง แต่ตนคิดว่า นายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นคนถอดสลักต่อปัญหานี้ หรือหากพรรคร่วมรัฐบาล ถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมก็ถือว่าเป็นทางออกอย่างหนึ่ง

สุทิน แนะเปิดประชุมสมัยวิสามัญ เร่งโหวตลงมติร่างแก้ไข รธน. เชื่อสถานการณ์บ้านเมืองดีขึ้น

นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงการหารือ3 ฝ่ายในวันนี้ ว่า จะต้องทำสังคมได้มั่นใจว่าสามารถแก้ปัญหาและหาทางออกเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนในเวลานี้ได้ ซึ่งจะต้องดูมูลเหตุของวิกฤตที่เกิดขึ้นในครั้งนี้และหาทางแก้ไข ซึ่งการถกนี้จะต้องจบโดยเร็วแม้จะไม่ได้รายละเอียดมากนักแต่ก็ต้องมีแนวทางที่แน่นอน และเชื่อว่ามาตรการสำคัญในวันนี้คือการเปิดประชุมแบบวิสามัญ แบบเร่งด่วน แม้จะมีเวลาแค่ 10 วันนี้ แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นก็รวดเร็วและอะไรก็เกิดขึ้นได้แม้แต่ 1-2 วันก็ไม่ควรปล่อยเวลาทิ้งไป และส่วนตัวก็เห็นว่าช่วงเวลา 10 วันก่อนเปิดสมัยประชุมแบบสามัญก็ยังช้าไปด้วย

โดยเมื่อเปิดประชุมแล้วสาระที่จะมีการหารือกันก็คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ถือว่าเป็นข้อเรียกร้องชัดเจน ว่าจะรับหรือไม่รับหรือต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตราใด ดังนั้นก็เห็นควรที่จะต้องเปิดประชุมแบบวิสามัญเพื่อลงมติโหวต และเชื่อว่าหากโหวตผ่านสถานการณ์ก็จะดีขึ้น แต่ถ้าไม่ผ่านก็จะสามารถยื่นต่อได้ในสมัยประชุมแบบสามัญ

นอกจากนี้ จะต้องหารือเรื่อง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ด้วย ว่าออกโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หรือเหมาะสมหรือไม่ หากไม่เหมาะก็จะทำให้สถานการณ์ไม่ดีขึ้น และควรจะยกเลิกหรืไม่ รวมถึงการให้คำแนะนำท่าทีรัฐบาลต่อผู้ชุมนุม และควรที่จะให้มีการเปิดเจรจากัน รวมถึงท่าทีของรัฐบาลที่มีการข่มขู่ ต้องลดท่าทีนี้ด้วยหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้ต้องตระหนักว่า นายกรัฐมนตรี ต้องเป็นผู้แก้ปัญหา หากสภาจะมีมติ หรือแนะนำอะไรบางอย่างกับนายกรัฐมนตรี ก็เชื่อว่าจะมีน้ำหนัก ไม่น้อยกว่าผู้ชุมนุม