ปลัดมหาดไทย “อรรษิษฐ์” เปิดอบรมวิทยากรประวัติศาสตร์ชาติไทยประจำท้องถิ่น “ครู ก.” รุ่นที่ 3 ประจำปี 2569 มุ่งต่อยอดถ่ายทอดปลูกฝังจิตสำนึกเทิดทูนสถาบันหลักของชาติ ย้ำความสามัคคีและอดทนนำพาชาติและองค์กรให้คงอยู่

วันนี้ (6 ก.ค. 69) เวลา 09.00 น. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมวิทยากรเพื่อทำหน้าที่ผู้ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทยประจำท้องถิ่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รุ่นที่ 3 โดยได้รับเกียรติจาก นายกองเอก ธารณา คชเสนี นายหมวดโท น้ำเพ็ชร คชเสนี สัตยารักษ์ ดร.ลักษิกา เจริญศรี พันเอก จักริน จิตคติ วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน โดยมี นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายชัยพร แพภิรมย์รัตน์ นายอดิเรก อุ่นโอสถ นายอิสรา เจริญชาศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายจักรพันธ์ รัตนเสถียร ผู้อำนวยการสถาบันดำรงราชานุภาพ พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ และผู้เข้าร่วมการอบรม จำนวน 100 คน เข้าร่วม ณ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนชลบุรี อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี
นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ทุกชีวิตย่อมมีประวัติศาสตร์และเรื่องราวการเติบโตเป็นของตนเอง เฉกเช่นเดียวกับประเทศชาติที่มีประวัติศาสตร์ซึ่งได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ไม่ว่ามากหรือน้อยต่างกันไป ในวันนี้จึงนับเป็นโอกาสอันดีที่เราทุกคนได้มารวมตัวกัน ณ สถานที่แห่งนี้ เพื่อรับฟังและแลกเปลี่ยนความรู้จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ
“หากมองย้อนกลับไป กระทรวงมหาดไทยเองก็มีประวัติศาสตร์อันยาวนานนับตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนากระทรวงขึ้น โดยมีสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงดำรงตำแหน่งองค์ปฐมเสนาบดี บริบทของหน่วยงานและสังคมได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงมามากมายตามยุคสมัย เช่นเดียวกับประวัติศาสตร์ของชาติไทยตั้งแต่ยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์จวบจนปัจจุบัน ที่ต้องเผชิญกับมรสุมและความขัดแย้งนานัปการ แต่ด้วยพระปรีชาสามารถในการเจริญสัมพันธไมตรีกับนานาอารยประเทศมหาอำนาจ จึงทำให้ไทยสามารถดำรงเอกราชและความเป็นไทย ก้าวผ่านวิกฤตการณ์จนมีความเข้มแข็งมาได้ตราบจนทุกวันนี้” นายอรรษิษฐ์ กล่าว
นายอรรษิษฐ์ กล่าวต่อไปอีกว่า ความมั่นคงของชาติล้วนเกี่ยวพันกับสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงมีพระราชปณิธานอันแน่วแน่ในการ “สืบสาน รักษา และต่อยอด” พระราชกรณียกิจและความดีงามทั้งปวงที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานไว้ สิ่งสำคัญที่จะทำให้เราผ่านพ้นทุกอุปสรรคไปได้คือความสามัคคี ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้ได้กับการทำงาน แม้ในองค์กรอาจมีการกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่หากทุกคนมีความมุ่งมั่นและมีเป้าหมายร่วมกัน ความสำเร็จย่อมเกิดขึ้นและผ่านพ้นทุกปัญหาไปได้อย่างแน่นอน
“ดังนั้น หากสิ่งใดที่เห็นว่าถูกต้องและสมควรทำ ขอให้ลงมือทำในวันนี้โดยไม่ต้องรอวันพรุ่งนี้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น สุดท้ายแล้วเมื่อถึงวาระที่ต้องเกษียณอายุราชการ ทุกคนต่างก็ต้องกลับไปพักผ่อน แต่ในขณะที่เรายังมีบทบาทหน้าที่และยืนหยัดอยู่ ณ จุดนี้ ขอให้ทุกคนทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด เช่นเดียวกับวิทยากร “ครู ก.” ทุกท่านที่มาร่วมงานในวันนี้ ซึ่งมาจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งคณะสงฆ์ ครูบาอาจารย์ และข้าราชการ ทุกท่านล้วนเป็นผู้มีความรู้และมีบทบาทสำคัญในการนำความดีงามไปถ่ายทอดต่อ ดังพระราชจริยวัตรของในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินประพาสภาคเหนือ ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งฝากฝังให้ครูช่วยสอนเด็ก ๆ ให้เป็นคนดี ดังนั้น หากมีโอกาส ขอให้วิทยากรทุกท่านช่วยถ่ายทอดเรื่องราวความยากลำบากของบรรพบุรุษ เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ตระหนักและเข้าใจถึงความเป็นมาที่ทำให้ชาติไทยดำรงอยู่ได้จนถึงปัจจุบัน”
นายอรรษิษฐ์ กล่าวในช่วงท้ายว่า ขอให้ผู้เข้ารับการอบรมทุกท่านตักตวงความรู้จากวิทยากรที่ได้เสียสละเวลามาแบ่งปันประสบการณ์อย่างเต็มที่ และขอฝากข้อคิดสำคัญในการดำเนินชีวิต คือการมีความอดทน ดังคำกล่าวที่ว่า “อดในสิ่งที่ชอบ ทนในสิ่งที่ชัง” ผู้ใดที่มีความอดทนได้มากกว่า ผู้นั้นคือยอดคน และหากมนุษย์ทุกคนรู้จักความอดทน สันติสุขย่อมบังเกิดขึ้นบนโลกอย่างแน่นอน ขอให้ทุกท่านได้นำสิ่งที่เรียนรู้ตลอดระยะเวลาการอบรมทั้ง 5 วันนี้ ไปขบคิด ไตร่ตรอง และถ่ายทอดให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขอให้การอบรมบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ตั้งใจไว้ทุกประการ พร้อมทั้งขอให้ทุกคนยึดมั่นในแก่นแท้แห่งความเจริญรุ่งเรืองของชาติ ดำรงตนด้วยความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เพื่อให้ทั้งสามสถาบันนี้เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวและเป็นศูนย์รวมจิตใจอันเป็นหนึ่งเดียวของคนไทยทั้งชาติตลอดไป
นายจักรพันธ์ กล่าวว่า การฝึกอบรมวิทยากรเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทยประจำท้องถิ่น ดำเนินการรวม 4 รุ่น รุ่นละ 100 คน รวมจำนวน 400 คน โดยกำหนดฝึกอบรมในห้วงเดือนมิถุนายน – สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรม มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทยและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น การดำรงอยู่ได้ของชาติไทย ความเสียสละของบูรพมหากษัตริย์ไทย เพื่อนำความรู้ที่ได้ และประสบการณ์ที่ได้รับไปต่อยอด ขยายผลให้บุคคลในครอบครัว เพื่อนร่วมงาน เด็ก เยาวชน และประชาชน เพื่อให้เกิดการรับรู้ในวงกว้าง เกิดค่านิยมของการเป็นผู้มีจิตสำนึก ตระหนักในความเป็นไทย มีความรัก และหวงแหนสมัครสมานสามัคคี มีความจงรักภักดี พร้อมธำรงรักษาไว้ซึ่งสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ โดยได้รับความอนุเคราะห์คณะวิทยากรจาก ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทานมาบรรยายให้ความรู้ทางวิชาการ และการเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ตลอดจน การทดสอบเพื่อวัดมาตรฐานของผู้เข้ารับการฝึกอบรม โดยผู้ผ่านการทดสอบ จะได้รับประกาศนียบัตรจากวิทยากรและปลัดกระทรวงมหาดไทย รวมทั้งได้รับบัตรประจำตัวครูผู้สอนประวัติศาสตร์ชาติไทย กระทรวงมหาดไทยด้วย โดยการฝึกอบรมในครั้งนี้ เป็นรุ่นที่ 3 กำหนดจัดอบรมฯ ระหว่างวันที่ 6 – 10 กรกฎาคม 2569 จำนวน 5 วัน ณ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนชลบุรี จังหวัดชลบุรี มีกลุ่มเป้าหมายจำนวนทั้งสิ้น 100 คน ประกอบด้วยผู้เข้ารับการอบรมจากจังหวัดกาญจนบุรี จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ชัยนาท ตราด นครนายก นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา เพชรบุรี ระยอง ราชบุรี ลพบุรี สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สระแก้ว สระบุรี สิงห์บุรี สุพรรณบุรี และจังหวัดอ่างทอง

