หน้าแรกบทความประเทศไทย ไม่ไหวแน่ ถ้าปล่อยแย่แบบนี้?

ประเทศไทย ไม่ไหวแน่ ถ้าปล่อยแย่แบบนี้?

ขอเริ่มด้วยในช่วงไม่ถึงสัปดาห์ที่ผ่านมา คนไทยจะได้อะไรจากรัฐบาลนี้บ้าง

– มติอัปยศ สส.ปีกรัฐบาลร่วมกันอุ้ม สส.ที่มีคดีเว็บพนัน โหวตไม่ส่งตัวให้ DSIไปดำเนินคดี
– มติจาก สส.ซีกรัฐบาลอีกเช่นเดียวกันในการล้มไม่ให้มีกรรมาธิการติดตามโครงการแลนด์บริดจ์
– การเตรียมปรับเกณฑ์ตัดสิทธิคนถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) กรณีมีการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากบุตร-ธิดา
– ยังไม่พอยังมีการโหวตให้“คดีทหาร อยู่ที่ศาลทหารเหมือนเดิมไม่ใช่ศาลพลเรือน
– โครงการ TH-AI passport ผลาญ 1.6 พันล้าน ส่อล็อกสเปก!
– บัตรคนจนจะไม่ได้ใช้โครงการไทยช่วยไทยพลัส โดยเพิ่มเงินให้สี่เดือนตกเดือนละ 700 บาท แปลว่าได้สิทธิน้อย- – กว่าคนอีก30ล้านคน และการใช้จ่ายคือจ่ายเต็มตามจำนวนจริงไม่มี 60:40

ทั้งหมดทั้งมวลเป็นเพียงส่วนหนึ่งจากภาพรวม ๆ ที่เราพอจะเห็นทิศเห็นทางการบริหารจากรัฐบาลนี้ ขออนุญาตเจาะไปทีละส่วน

เริ่มต้นที่ กรณีโครงการเอไอใช้วงเงินสูงถึง 1,600 ล้านบาท! ถูกตั้งคำถามมากว่า ลักษณะบริการคล้ายกับแพลตฟอร์มที่มีอยู่แล้วในภาครัฐและเอกชน ทำไมต้นทุนจึงสูงมาก

แถมยังเป็นการทำให้เงินภาษีไหลไปซื้อบริการจากบริษัท AI ต่างประเทศ เช่น OpenAI, Google มากกว่าจะสร้างขีดความสามารถของผู้พัฒนา AI ไทยเอง

ข้อเสนอนักวิชาการด้านเทคโนโลยี มองว่า เราควรลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI มากกว่า หรือแทนที่จะซื้อ Subscription ให้ประชาชนจำนวนมาก รัฐควรนำงบฯ ไปสร้าง GPU Cluster, Data Center หรือโมเดล AI ภาษาไทยของประเทศ ซึ่งจะสร้างผลประโยชน์ระยะยาวมากกว่า

ขณะที่ตัวโครงสร้างสัญญาและ TOR ก็เต็มไปด้วยปัญหาความไม่ชัดเจนหลายอย่าง ถูกตั้งคำถามว่าเป็นโครงการที่อนุมัติไวสุดในประวัติศาสตร์คือแค่ 34 วัน!! ยังไม่นับข้อสงสัยเรื่องการล็อกสเปกประมูล ที่ สส.พรรคประชาชน ตั้งคำถามไว้ไม่ว่าจะเป็นความบังเอิญ 3 บริษัทที่ไปวางราคากลาง ก็เป็นกลุ่มเดียวกับที่ไปวางราคากลางโครงการหลักพันล้านอีกหลายโครงการ หรือความบังเอิญที่บริษัทชนะโครงการเป็นบริษัทเดียวกับที่ชนะโครงการโมโตจีพี เป็นต้น จนคนตั้งคำถามว่ากระทรวงดีอีนี่จะรีบร้อนไปไหน ราวกับต้องหาอะไรจากโครงการแบบนี้อย่างเร่งด่วนพิสดาร?

ข้ามมาที่กรณีสภาฯ คว่ำร่าง พ.ร.บ.ศาลทหาร ด้วยเจตนาที่ต้องการปฏิรูปกองทัพ และปรับปรุงเขตอำนาจศาลทหารให้สอดรับกับมาตรฐานสากล รวมถึงตอบสนองต่อความต้องการของพี่น้องประชาชน ใจความสำคัญคือการให้ทหารที่ทุจริตหรือกระทำความผิด ต้องขึ้นศาลพลเรือน และทหารที่กระทำความผิดอาญาต่อประชาชนก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในศาลพลเรือนเช่นเดียวกัน ในอดีตร่างนี้เคยผ่านการพิจารณาในชั้น กมธ.มาแล้ว และหลายประเด็นก็สามารถตกลงกันได้ด้วยดี แต่เมื่อเวลาผ่านไป พรรคภูมิใจไทยและพรรคร่วมรัฐบาลกลับลงมติไม่รับหลักการร่างดังกล่าว สิ่งที่พรรคร่วมรัฐบาลเคยแสดงเจตนารมณ์ไว้ในอดีตก็อาจเป็นเพียงการแสดงเพื่อรักษาอำนาจทางการเมืองของตนเองเท่านั้น เพราะเมื่อถึงเวลาที่ต้องใช้อำนาจในการเปลี่ยนแปลงจริง กลับไม่ได้ลงมือทำอย่างแท้จริง กรณีนี้ถ้าทำได้จะเป็นการทวงคืนความยุติธรรมให้กับพี่น้องประชาชน พี่น้องทหารและสร้างความโปร่งใสให้กองทัพได้

กรณีบัตรคนจนเสียงก่นด่าก็มาไม่น้อยเมื่อการปรับเกณฑ์ใหม่เดิมที่ชาวบ้านได้รับการเกื้อกูลจุนเจือจากครอบครัวและส่วนนึงจากรัฐเพราะว่าเศรษฐกิจไม่ดี มาวันนี้ปรับเกณฑ์ใหม่ คนจนบางกลุ่มอาจจะจมน้ำตายจากเจตนาของรัฐก็เป็นได้ วันนี้รัฐบาลบอกอยากช่วยคนเปราะบางแต่การกระทำสวนทาง คือการรีบขจัดคนกลุ่มนี้ออกไปจากมือ

ทั้งหลายเหล่านี้มีแต่ปัญหาและสะท้อนวิธีคิดที่ผิดแปลกของรัฐที่ไม่ได้เข้ามาช่วยประชาชนแต่กลับมาทำให้เจาลำบากขึ้น ยังไม่รวมกรณีที่ สัปดาห์ก่อน สถานการณ์การเมืองเจอแชทไลน์หลุดจากอธิบดีปกครองที่ให้ “ช่วยน้ำเงินด้วย” หรือการเคลื่อนไหวของ “พนัส ไทยล้วน” มาทวงปฏิทินประกันสังคมแสดงตัวเป็นผู้นำแรงงานมาตั้งแต่คนเขียนยังไม่เกิดป่านนี้ยังเป็นอยู่ ผ่านมาสามสิบกว่าปีผมยังไม่เห็นอะไรดีขึ้นเลย

ถ้ายังปล่อยแบบนี้ต่อไปคนจนคนไทยหายจนแน่นอนครับ ไม่ใช่เพราะรวยขึ้นแต่เพราะล้มหายตายจากระบบ จากประเทศที่รัฐหิวแต่อำนาจแต่ไม่มีธรรมาภิบาล คิดแต่ถอนทุน ไม่คิดพัฒจชนาคุณภาพชีวิตของคน นี่ไม่กี่เดือนยังขนาดนี้ ถ้าครบสี่ปี มีความวิบัติเพิ่มแน่นอน!!!

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img