#ให้มันเกิดในรุ่นนี้ ลูกน้องท้องอิ่ม ประชาชนเป็นสุข ความหวังกู้วิกฤติ ตร.ไทย?

“วิกฤติศรัทธา” กับตำรวจไทยมักถูกจับคู่กันอยู่เป็นระยะ ๆ  เหตุส่วนหนึ่งก็อาจจะมาจากเพราะการทำงานของตำรวจต้องใกล้ชิดประชาชนอยู่เสมอ ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเรื่องจราจร ของหาย เจอผู้ร้าย ไม่ว่าอะไรๆ ก็จะต้องนึกถึงตำรวจก่อนอันดับแรก หลักใหญ่ใจความของตำรวจ คือ การเป็น “ที่พึ่ง” ของประชาชน แต่ก็มีหลายครั้งที่ ตำรวจ ถูกตั้งคำถาม เพราะความที่ต้องใกล้ชิดกับชาวบ้าน คนหาเช้ากินค่ำ ประชาชนตาดำๆ อาจทำให้มีช่องว่างในการมองหาลู่ทางเพิ่มความสะดวกสบายในชีวิตของคนในเครื่องแบบอาจจะแค่ไม่กี่คน สิ่งเหล่านี้เลยพลอยทำให้ตำรวจน้ำดีต้องโดนเหมาจากปลาเน่าไม่กี่ตัวทำให้เสื่อมเสียไปด้วย

ปัญหาสำคัญ คือ “ภาพลักษณ์ตำรวจ” ในความทรงจำของบางคนจึงถูกเลือกจดจำในทางที่ไม่ดี เวลาพูดหรือนึกถึงบางคนเลยไปโฟกัสที่การหาช่องทางต่าง ๆ กับประชาชน ถามว่าปัญหาโลกแตกนี้จะแก้ได้อะไร ? หากตอบแบบกำปั้นทุบดินแต่ว่าเป็นจริงที่สุด คือ การ “ใส่ใจ” ผู้ใต้บังคับบัญชา อย่างจริงจัง

เป็นที่ทราบกันดีว่า ภาระงานตำรวจค่อนข้างหนัก กำลังพลค่อนข้างน้อย การดูแลให้ตำรวจทุกคนมีโอกาสก้าวหน้าทางวิชาชีพ และการเพิ่มค่าตอบแทนหรือดูแลอย่างเต็มที่ในชีวิต ด้วยความจริงใจจากผู้บังคับบัญชาจึงนับว่า เป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุด และเป็นต้นทางแห่งการจะหยุดทุกวงจรที่ไม่ควรเกิดในบ้านเมืองนี้ได้

แต่ไม่นานมานี้ก็มิวาย องค์กรตำรวจ ก็เพิ่งโดนประชาชนเจ้าของภาษีสวดชุดใหญ่มาแบบสดๆร้อนๆ หลัง เว็บไซต์กองสรรพาวุธ สำนักงานส่งกำลังบำรุง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีเรื่องการประกวดอราคา การจัดซื้อจัดจ้างในโครงการจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์ควบคุมฝูงชนในการชุมนุมสาธารณะหลายรายการ อาทิ รถ-โล่-กระบอง-ลวดหนาม-สนับแข้ง สนับเข่า มูลค่ากว่า 300 ล้าน เพื่อเสริมเขี้ยวเล็บรับมือการชุมนุม ก็ทำให้องค์กรตำรวจถูกวิพากษ์วิจารณ์อีกหนหนึ่งถึงการทำหน้าที่ แน่นอนว่าไม่ว่าจะเป็นยุคไหน ขั้วการเมืองใดขึ้นมาคุม องค์กรตำรวจเหมือนลูกตุ้ม ถูกผลักไปข้างนั้นทีข้างนี้ที มักเป็นด่านหน้าในการรับมือ “รถทัวร์” ที่จะมาลงตำรวจก่อนเสมอ

แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่า ควรซื้อหรือไม่ควรซื้อ แต่น่าจะ คือ “การจัดลำดับความสำคัญ” เมื่อเทียบกับความพยายามที่จะเข้าไปอยู่ในใจลูกน้องเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะถ้ามดงานได้รับการดูแลที่ดีงานก็ออกมามีประสิทธิภาพ ซึ่งผู้นำไม่ว่า องค์กรใดหากคิดถึงคนตัวเล็กตัวน้อยฟันเฟืองสำคัญชิ้นเล็ก ๆ นี้ที่รวมพลังขับเคลื่อนงานให้องค์กรไปรอดได้ สร้างความจดจำใหม่ๆในหมู่ประชาชน สิ่งที่ควรดูแลที่สุดก็ คือ ทำอย่างไรให้เขาตั้งใจทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เป็นที่พึ่งประชาชนได้อย่างเต็มที่ในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์จริง ๆ คำตอบก็ คือ ปากท้องเขาต้องอิ่ม ไม่ใช่มีแต่หนี้สิน ชักหน้าไม่ถึงหลัง สวัสดิการไม่ช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัวได้เท่าที่ควร

ยุคนี้จึงอยากลองให้ผู้บังคับบัญชา ลงมาสัมผัสและพิชิตใจผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างจริงจังที่สุด ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพื่อใครก็เพื่อตัวท่านและองค์กรในช่วงเวลาที่ท่านดูแล  คนเราจะถูกจดจำได้ดีที่สุดก็ คือ ยุคที่มีโอกาสทำแล้วได้ทำหรือไม่ มีนโยบายที่ชัดเจนอย่างไรในการเข้าไปนั่งในใจลูกน้อง ไม่ใช่ในใจของผู้มีอำนาจ

สิ่งเหล่านี้นอกจากเป็นสิ่งที่ควรทำแล้ว ยิ่งส่งผลต่อเป็นทอดๆ ในมิติของประชาชน ครอบครัวตำรวจอีกนับหลายแสนชีวิต คนนอกที่มอง ‘องค์กร’ เข้ามาด้วยสายตานับล้าน ๆ คู่ ย่อมยกย่องเชิดชูคนที่ทำเพื่อ “ลูกน้อง” ที่ทำงานแบบปิดทองหลังพระ ถ้าทำให้ลูกน้องรักได้ ปากท้องอิ่ม เชื่อมั่นได้ว่า ศักยภาพตำรวจจะถูกนำออกมาใช้ได้มาก จากนั้นศรัทธาประชาชนจะตามมาแบบออโต้ทันที

ยังไม่สายเกินไปที่จะ #ให้มันเกิดในรุ่นนี้ ตราบใดที่มีโอกาสควรรีบทำเพื่อนำพาองค์ที่ท่านรักปักกลางใจประชาชนให้ได้จากวิกฤติศรัทธาที่มาจากการทำตามบัญชาของผู้มีอำนาจ-ฝ่ายการเมือง ซึ่งอำนาจเหล่านี้ไม่ยั่งยืนเท่ากับการไปนั่งในหัวใจลูกน้อง จากผลงานที่มีโอกาสควรทำ แล้วนั่นจะเป็นยิ่งกว่าเกราะป้องกันอำนาจหน้าที่ เพราะกำแพงที่จะคุ้มภัย คือ หัวใจลูกน้องและประชาชน

ถ้าท่านอยากจะเป็นผู้นำหน่วยที่ยิ่งใหญ่ ต้องไปนั่งในหัวใจลูกน้อง ไม่ใช่ไปนั่งบนหัวเขา ครับท่านผู้นำ..!!!