วันที่ 29 มกราคม 2564 ที่ สน.ปทุมวัน พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. พล.ต.ต.เมธี รักพันธ์ธุ์ ผบก.น.6 พ.ต.อ.กำธร อุ่ย เจริญ รอง ผบก.สปพ. แถลงข่าวการจับกุม นายวีรยุทธ สัมฤทธิ์เรืองศรี อายุ 29 ปี นายพรชัย ประกาพวง อายุ 23 ปี และ นายณัฐสุต ศิริอัฐ อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ร่วมกันก่อเหตุปาวัตถุระเบิดแรงดันต่ำ ใส่ตำรวจควบคุมฝูงชนขณะปฏิบัติหน้าที่ดูแลการชุมนุมอยู่บริเวณหน้าอาคารจามจุรีสแควร์ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2564
พล.ต.ท. ภัคพงศ์ ผบช.น. เปิดเผยว่า กรณีนี้สืบเนื่องมาจาก วันที่ 16 ม.ค. มีการชุมนุมทำกิจกรรมหลายสถานที่เริ่มตั้งแต่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ต่อเนื่องมาที่ สน.พญาไท สามย่านมิตรทาวด์ และหน้าอาคารจามจุรีสแควร์ ผู้ชุมนุมได้กระทำผิดกฎหมายโดยเฉพาะมาตรการควบคุมโรคการแพร่ระบาดโควิด -19 และการกระทำความผิดในกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมีความจำเป็นต้องเข้าดำเนินการเรื่องการกระทำที่ผิดกฎหมายจับผู้กระทำความผิด จำนวน 6 คน ต่อมาเวลา 18.00 น.ได้เกิดเหตุระเบิดที่หน้าอาคารจามจุรีสแควร์ มีผู้ได้รับบากเจ็บ 5 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 คน สื่อมวลชน 1 คน และ เจ้าหน้าที่อาคารจามจุรีย์สแควร์ 1 คน
หลังเหตุเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐาน ได้ขออนุมัติศาลอาญาใต้ออกหมายจับ ศาลเห็นว่ามีหลักฐานอันเชื่อได้ว่ามีผู้เกี่ยวข้องจำนวน 3 นาย จึงได้ออกหมายจับมาให้เจ้าสหน้าที่จึงดำเนินการเข้าจับกุมทั้ง 3 คน ในการจับกุมมีพยานหลักฐานแน่ชัดว่าเป็นผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมในวันดังกล่าวและมีการชุมนุมอีกหลายเหตุการณ์ ทั้ง 3 คน ให้การรับสารภาพที่เป็นประโยชน์ต่อคดี โดยให้การว่าเป็นหนึ่งในผู้ร่วมชุมนุมและเป็นสมาชิกของอาชีวะฟันเฟือง โดย 2 คน เป็นอดีตนักศึกษาสถาบันอาชีวะ อีก 1 คน ยังศึกษาอยู่ ส่วนจะทำหน้าที่อะไรในวันดังกล่าวอยู่ในสำนวนการสอบสวน และเขายังให้การสารภาพว่า ร่วมกันก่อเหตุระเบิด โดยระเบิดอ้างว่าทำกันขึ้นมาเอง จุดประสงค์ต้องการไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่
ด้าน พ.ต.อ. กำธร อุ่ยเจริญ รอง ผบก.สปพ. เผยว่า จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบวัตถุพยานประกอบไปด้วยเศษชิ้นส่วนแก้ว ตะปู คราบเขม่าวัตถุระเบิดจำนวนหนึ่ง จากการวิเคราะห์เป็นระเบิดแสดงเครื่องจัดทำขึ้นเองหรือที่เรียกว่าระเบิดปิงปอง ใช้การขว้างปาเสียดสีทำให้เกิดระเบิดได้ รวมถึงการตรวจสถานที่อื่นๆมีลักษณะคล้ายกัน มีดินวัตถุระเบิดแรงต่ำหรือที่เรียกว่าดินเทา เศษตะปู เศษแก้ว เหมือนกันทั้ง 4 คดี ที่หน้าธนาคารไทยพาณิชย์ อนุสรสถานที่ 14 ตุลา หน้ากองฉลากเก่า และที่หน้าอาคารจามจุรีย์สแควร์
พล.ต.ท. ภัคพงศ์ ผบช.น.เผยเพิ่มเติมว่าเหตุระเบิดทั้ง 4 แห่ง มีลักษณะเหมือนกันหลายกรณี ส่วนจะยืนยันว่าทั้ง 4 เหตุคนทำจะเป็นกลุ่มเดียวกันหรือไม่ยังตอบไม่ได้อยู่ระหว่างรวบรวมพยารนหลักฐาน แต่จากการสอบสวนทั้ง 3 คน ยังไม่ให้การพาดพิงกรณีเหตุระเบิดที่อื่นให้การเฉพาะคดีนี้ และจากการตรวจสอบประวัติยังไม่พบประวัติการก่อเหตุ ส่วนนจะมีใครเกี่ยวข้องอีกหรือไม่อยู่ระหว่างสอบสวนเพิ่มเติม
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการร้องเรียนเจ้าหน้าที่ตำรวจทำเกินกว่าเหตุในการจับกุมนั้น ผบช.น.ตอบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามสถานการณ์ โดยเจ้าหน้าที่ใส่เฉพาะเครื่องป้องกันควบคุมฝูงชนไม่มีการพกพาอาวุธ ส่วนเป้าหมายในการก่อเหตุหวังที่จะโจมตีเจ้าหน้าท่าตำรวจ หรือมุ่งหวังเอาชีวิตหรือไม่นั้นจะต้องรอผลผู้ชำนาญการด้านระเบิดวิเคราะห์ก่อน
ทั้งนี้ เบื้องต้นคาดว่าผู้ก่อเหตุต้องการหยุดยั้งการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทำร้ายเจ้าพนักงาน ส่วนการโพสต์ข้อมูลเท็จพยายามยั่วยุต่าง ๆ หากผิดกฎหมายก็จะมีการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้มีรายงานว่านายวีรยุทธเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ โดยมีนายพรชัย เป็นผู้ซ้อนท้ายและเป็นคนปาวัตถุระเบิดแรงดันต่ำ ส่วนนายณัฐสุต เป็นผู้ที่ซื้อวัสดุอุปกรณ์ในการประกอบระเบิดมาให้นายพรชัย ในวันเกิดเหตุนายณัฐสุต ได้ขี่รถจักรยานยนต์ประกบนำทางมาด้วย ส่วนสาเหตุที่ก่อเหตุเนื่องจากไม่พอใจที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะไปจับเพื่อนของตัวเอง


