การกลับมาของการแสดงแสงสีเสียง “ย่าฉันท่านชื่อโม ตอน สัญญาเก่า 200 ปี” ในงานฉลองชัยชนะท้าวสุรนารีปีนี้ ไม่เพียงเป็นการหวนคืนเวทีสำคัญของเมืองโคราช แต่ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวเบื้องหลังและความตั้งใจของผู้สร้างสรรค์ผลงาน
นายสนธยา อ่อนน่วม ผู้กำกับการแสดงแสง สี เสียง “ย่าฉันท่านชื่อโม” ตอน “สัญญาเก่า 200 ปี” เปิดเผยถึงสาเหตุที่การแสดงแสงสีเสียงย่าฉันท่านชื่อโมห่างหายจากงานฉลองชัยชนะท้าวสุรนารีไปนานกว่า 4–5 ปี ว่า ไม่ได้หมายความว่าการแสดงหายไปจากจังหวัดนครราชสีมา แต่เป็นช่วงเวลาที่ตนเข้าไปพัฒนาการแสดงในสถาบันการศึกษา เพื่อยกระดับรูปแบบจากแสงสีเสียงกลางแจ้งไปสู่การแสดงละครเวทีระดับ “เธียเตอร์”
“ช่วง 4–5 ปีที่ผ่านมา เราเข้าไปพัฒนาการแสดงในสถาบันการศึกษา ทำให้การแสดงยกระดับขึ้นมาก จากแสงสีเสียงกลางแจ้ง กลายเป็นละครเวทีระดับเธียเตอร์ เปรียบเทียบได้กับโรงละครใหญ่ระดับประเทศ ซึ่งมีการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับนักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจเข้ามาชมอย่างต่อเนื่อง” นายสนธยา กล่าว

อย่างไรก็ตาม ภายหลังพบว่าการแสดงเรื่องย่าฉันท่านชื่อโมภายในสถาบันดังกล่าว เริ่มถูกมองว่าเป็น “ของเฉพาะหน่วยงาน” ทำให้บุคคลภายนอกไม่สามารถนำไปแสดงได้ ส่งผลให้ตนรู้สึกไม่สบายใจ เพราะเห็นว่าเรื่องราวของท้าวสุรนารีควรเป็นสมบัติของสาธารณะจึงตัดสินใจลาออกจากสถาบัน พร้อมนำองค์ความรู้และแนวคิดกลับมาผลักดันให้การแสดงย่าฉันท่านชื่อโมกลับคืนสู่งานฉลองชัยชนะท้าวสุรนารีอีกครั้งหวนคืนเวทีโคราช แม้เริ่มต้นใหม่แทบตัวเปล่า
นายสนธยา ระบุว่า การออกจากสถาบันครั้งนั้นแทบไม่มีอุปกรณ์ติดตัวกลับมา เนื่องจากหลายสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของการแสดงไม่สามารถนำออกมาได้ แต่ยังคงมีความคิด ความสามารถ และความตั้งใจที่จะสร้างสรรค์ผลงานจึงเข้าพบ นายก.อบจ.นม เพื่อเสนอแนวคิดและข้อมูลรายละเอียดของการแสดง จนได้รับโอกาสให้นำการแสดงกลับเข้าสู่เวทีหลักของงานฉลองชัยชนะท้าวสุรนารีในปีนี้
“ผมถือว่าเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้รับโอกาสกลับมาอีกครั้ง และยอมรับว่ามีความกดดัน เพราะชื่อของการแสดงย่าฉันท่านชื่อโมเป็นงานที่ไม่ธรรมดา แต่ก็มั่นใจในข้อมูลที่เราค้นคว้าและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง” นายสนธยา กล่าว

นอกจากนี้ สะท้อนปัญหาคนกลาง-งบประมาณ ชี้กระทบทีมงานผู้กำกับการแสดง ยังสะท้อนถึงอุปสรรคในการทำงานครั้งนี้ โดยระบุว่า แม้เดิมมีความพร้อมในฐานะคู่สัญญาโดยตรง แต่ภายหลังกลับมีบริษัทคนกลางเข้ามาดำเนินการ ทำให้บทบาทของทีมงานกลายเป็นเพียง “ซัพพลายเออร์”นอกจากนี้ ยังรู้สึกเสียความรู้สึกจากข้อมูลเรื่องการแบ่งงบประมาณที่ได้รับ ซึ่งพบว่าอาจมีการหักค่าใช้จ่ายในสัดส่วนสูง ส่งผลกระทบต่อทีมงานบนเวทีที่มีจำนวนเกือบ 200 คน
“สิ่งที่ทำให้เสียใจมาก คือการเห็นแรงงานของคนบนเวทีจำนวนมากต้องถูกตัดงบประมาณ ทั้งที่ทุกคนทุ่มเทเต็มที่ เพราะสำหรับผม งานย่าโมไม่ใช่แค่งานแสดง แต่เป็นคำสัญญาที่ผมให้ไว้กับย่าโมตั้งแต่วันที่เริ่มต้นชีวิตในโคราช” นายสนธยา กล่าว
ทั้งนี้ ตั้งเป้าผลักดันกองทุนแสงสีเสียง เพื่อความยั่งยืน นายสนธยา ยังเสนอแนวคิดว่า ในอนาคตควรจัดตั้ง “กองทุนการแสดงแสงสีเสียง” เพื่อให้การดำเนินงานเป็นอิสระจากผลประโยชน์ของบุคคลหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และช่วยให้การจัดงานมีความต่อเนื่องและยั่งยืนโดยยกตัวอย่างรูปแบบกองทุนของการแสดงแสงสีเสียงในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ซึ่งมีหน่วยงานร่วมสนับสนุนงบประมาณ และสามารถบริหารจัดการได้อย่างโปร่งใส ย้ำเจตนา รักษาแก่นแท้ประวัติศาสตร์โคราชท้ายที่สุด นายสนธยา ระบุว่า สิ่งสำคัญที่สุดของงานฉลองชัยชนะท้าวสุรนารี ไม่ใช่เพียงความยิ่งใหญ่ของกิจกรรมหรือความบันเทิง แต่คือ “เนื้อหาสาระ” ที่สะท้อนประวัติศาสตร์และความเสียสละของวีรชน โดยตั้งใจให้การแสดงครั้งนี้เป็นเวทีที่ถ่ายทอดเรื่องราวอย่างลึกซึ้ง เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้เข้าใจความหมายที่แท้จริงของงานฉลองชัยชนะท้าวสุรนารี และเกิดความภาคภูมิใจในรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดนครราชสีมา
“ผมเชื่อว่างานนี้ต้องอยู่ต่อไป แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความโปร่งใส และต้องเป็นเวทีที่สะท้อนเกียรติยศของย่าโมอย่างแท้จริง” นายสนธยา กล่าว

