หน้าแรกสังคมพม.นนทบุรี ลงพื้นที่วัดสวนแก้ว ถก “พระพยอม” หาแนวทางช่วยผู้เดือดร้อน หลังวัดแบกรายจ่ายเดือนละ 7–8 ล้านบาท

พม.นนทบุรี ลงพื้นที่วัดสวนแก้ว ถก “พระพยอม” หาแนวทางช่วยผู้เดือดร้อน หลังวัดแบกรายจ่ายเดือนละ 7–8 ล้านบาท

วันนี้ (7 มี.ค.69) ที่ วัดสวนแก้ว อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี นางวาริน วีระสุนทร หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนนทบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง กรมกิจการเด็กและเยาวชน และทีมงาน ลงพื้นที่เข้าพบ พระพยอม กัลยาโณ หลังมีกระแสข่าวว่าวัดสวนแก้วประสบปัญหาด้านค่าใช้จ่าย จนอาจต้องยุติหรือชะลอบทบาทการช่วยเหลือผู้ตกงาน คนชรา คนพิการ รวมถึงเด็กที่ประสบปัญหาทางสังคม

นางวาริน เปิดเผยว่า ภายหลัง พม.ทราบข่าวจากสื่อมวลชน จึงได้ลงพื้นที่มาสอบถามข้อเท็จจริงกับพระพยอม ซึ่งทราบว่าปัจจุบันวัดสวนแก้วยังสามารถดูแลผู้ที่อยู่ภายในวัดได้ตามปกติ แต่ในอนาคตหากยังมีผู้ประสบปัญหาทางสังคมเข้ามาขอความช่วยเหลือเพิ่มเติมในลักษณะ Walk-in ทางหลวงพ่ออาจจำเป็นต้องชะลอการรับไว้ก่อน เนื่องจากภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นทั้งนี้ ในกรณีผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ เช่น อดีตผู้ต้องขังที่พ้นโทษแล้วแต่ไม่มีที่พักอาศัย หากทางวัดต้องการความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ทาง พม.ก็พร้อมสนับสนุนเรื่องที่พักชั่วคราวให้กับผู้ที่ประสบปัญหาทางสังคม ขณะเดียวกันในส่วนของเด็กที่มีปัญหาครอบครัวหรือผู้ปกครองไม่สามารถดูแลได้ ทางหน่วยงานก็สามารถเข้ามาช่วยดูแลและให้ความช่วยเหลือได้เช่นกันสำหรับเด็กที่อยู่ในการดูแลของวัดสวนแก้ว ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนจากต่างจังหวัดที่เข้ามาขอทุนการศึกษาและทำงานภายในวัด เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว โดยรายได้ที่ได้รับจะนำไปเป็นทุนการศึกษาและใช้จ่ายในการเรียนต่อ ซึ่งทางพระพยอมได้ให้การสนับสนุนเด็กเหล่านี้มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงปิดภาคเรียน

นางวาริน ยังกล่าวอีกว่า ปัจจุบันสภาพสังคมเปลี่ยนแปลงไป ค่าครองชีพสูงขึ้น คนตกงานมากขึ้น จึงอยากฝากถึงทุกครอบครัวให้ใช้จ่ายอย่างประหยัด ยึดแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ซึ่งเป็นแนวทางที่ช่วยให้ประชาชนสามารถประหยัดและอดออมได้จริง โดยให้ใช้ชีวิตอย่างพอประมาณ กินเท่าที่มี และปลูกพืชผักที่สามารถบริโภคได้ภายในครัวเรือน

ด้านพระพยอม กล่าวว่า ช่วงนี้ทางวัดอาจต้องงดรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมไว้ชั่วคราว เนื่องจากค่าใช้จ่ายของวัดสูงถึงเดือนละประมาณ 7–8 ล้านบาท หากยังรับเพิ่มโดยที่รายได้ไม่ได้เพิ่มตาม ก็อาจทำให้การดูแลผู้ที่อยู่ภายในวัดในปัจจุบันเป็นไปด้วยความลำบาก และหากรับมาแล้วต้องให้เขาอดอยากก็เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม

พระพยอม กล่าวเพิ่มเติมว่า หากสถานการณ์ดีขึ้นในอนาคตก็พร้อมที่จะกลับมารับผู้เดือดร้อนเพิ่มอีกครั้ง โดยย้ำว่าไม่ใช่การเห็นแก่ตัวหรือขาดเมตตา แต่การช่วยเหลือต้องมีทั้งเมตตาและปัญญาควบคู่กัน จึงจำเป็นต้องประคับประคองผู้ที่อยู่ในความดูแลของวัดในขณะนี้ให้สามารถอยู่รอดได้ก่อน ส่วนผู้ที่เข้ามาใหม่จำเป็นต้องขอชะลอไว้ชั่วคราว

พระพยอม ยังกล่าวด้วยว่า หลังจากข่าวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป เมื่อวานนี้ได้มีผู้มีจิตศรัทธานำน้ำมันจำนวน 200 ลิตรมาถวายให้กับทางวัด เนื่องจากก่อนหน้านี้ทางวัดประสบปัญหาราคาน้ำมันแพง ทำให้ไม่สามารถออกไปบิณฑบาตในระยะไกลได้เหมือนเดิม จึงขอขอบคุณญาติโยมและสื่อมวลชนที่ช่วยนำเสนอข่าว รวมทั้งหน่วยงาน พม.จังหวัดนนทบุรี ที่เข้ามารับฟังปัญหาและให้กำลังใจนอกจากนี้ พระพยอมยังได้ให้เด็ก ๆ ที่อยู่ในความดูแลของวัดเข้ามาพบกับเจ้าหน้าที่ พม.จังหวัดนนทบุรี เพื่อพูดคุยและประเมินแนวทางการช่วยเหลือ โดยระบุว่าหากวัดยังเปิดรับผู้เดือดร้อนต่อไป จำนวนเด็กอาจเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ถึงประมาณ 3 เท่า หรือราว 500 คน หากยอดเท่าค่าใช้จ่ายด้านทุนการศึกษาของเด็กก็อยู่ที่ประมาณ 4 ล้านบาทต่อปี และค่าใช้จ่ายเฉพาะเด็กในความดูแลก็ประมาณ 1 ล้านบาท ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายของเด็กเล็กและผู้สูงอายุ

อย่างไรก็ตาม พระพยอมยืนยันว่า แม้จะต้องชะลอการรับผู้เดือดร้อนเพิ่มเติม แต่ทางวัดยังคงมีเมตตาและไม่ทอดทิ้งญาติโยม พร้อมขอบคุณทุกหน่วยงานและผู้มีจิตศรัทธาที่เข้ามาช่วยเหลือวัดสวนแก้วในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img