เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 2 ธ.ค. คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟัง กรณีที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตามมาตรา 170 วรรคสามประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (5) และมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) ประกอบมาตรา 186 วรรคหนึ่ง และมาตรา 184 วรรคหนึ่ง (3) หรือไม่

โดยศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า เมื่อพล.อ.ประยุทธ์เกษียณอายุ แต่ตำรงตำแหน่งนายกฯ อยู่ ก็ยังมีสิทธิิพักอาศัย ในบ้านพักดังกล่าว เป็นไปตามข้อ 5.2 ตามระเบียบกองทัพบก เรื่องบนพักรับรอง 2548 เพราะอยู่ในฐานะอดีตผู้บังคับบัญชาหาได้พักในตำแหน่งนายกฯ ซึ่งการที่กองทัพบกกำหนดให้บ้านพักหลังดังกล่าวเป็นบนพักรับรองกองทัพบก และสนับสนุนค่าไฟฟ้า และน้ำประปา กองทัพบกพิจารณาความเหมาะสมตามดุลยพินิจของกองทัพบก ซึ่งการให้สิทธิดังกล่าวข้างต้นได้พิจารณาให้สิทธิบุคคลผู้เข้าเงื่อนไขไม่ใช่พิจารณาให้แค่พล.อ.ประยุทธ์เท่านั้น โดยระเบียบดังกล่าวกำหนดขึ้นก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ. และตำแหน่งนายกฯ อีกทั้งมีความจำเป็นที่รัฐจะต้องจัดที่พำนักของนายกฯ ขณะที่ดำรงตำแหน่งเพื่อรักษาความปลอดภัย และเพื่อให้นายกฯ ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสมเกียรติการที่กองทัพอนุมัติให้ใช้บ้านพักรับรองรวม เป็นการกระทำที่ทำให้พล.อ.ประยุทธ์ ได้ทรัพย์สินประโยชน์อื่นใดความเป็นรัฐมนตรีจึไม่สิ้นสุดลเฉพาะตัวแต่อย่างใด และไม่เป็นกรณีการกระทำอันขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตัวและส่วนรวม ไม่มีพฤติกรรมฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง อาศัยเหตุผลดังกล่าว ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีมติว่าความเป็นรัฐมนตรีของผู้ที่ถูกร้องไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตัว



