สีหศักดิ์ แจงปม กัมพูชา ข้ามขั้นเดินหน้า UNCLOS ชี้ต้องเจรจาสองฝ่ายให้สุดทางก่อนเข้าสู่กลไกสากล รับน่าจะเป็นไปตามข่าว ตั้ง พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา นั่งประธาน JBC ฝ่ายไทย ยกเป็นผู้มีประสบการณ์ด้านความมั่นคง-ประเทศเพื่อนบ้าน

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงกรณีสมเด็จ ฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และรักษาการประมุขแห่งรัฐ ออกมากล่าวในทำนองว่าจะไม่เจรจาทวิภาคีกับประเทศไทย แต่จะใช้กลไก UNCLOS แทน ว่า การเจรจาในกรอบ UNCLOS หรืออนุสัญญาว่าด้วยกฎหมายทางทะเลของอาเซียน จะมีกลไกการประนีประนอมทั้งโดยสมัครใจและแบบบังคับ ประเทศไทยเห็นว่าจำเป็นที่จะต้องมีการพูดคุยกันก่อนว่า สองประเทศนี้จะมีการเดินหน้าด้วยกันอย่างไร ก่อนที่จะเข้าสู่ UNCLOS และก็จะดูว่าการเจรจานั้นไปได้ไกลแค่ไหน หากไปถึงจุดที่ไม่สามารถไปด้วยกันได้แล้วก็ต้องดูว่ามีกลไกอื่นภายใต้ UNCLOS หรือไม่
อย่างไรก็ตามการประนีประนอมไม่ว่าจะแบบใดก็ตาม ไม่ได้มีผลผูกพันทางกฎหมาย แต่แนวทางที่ทั้งสองประเทศจะใช้ร่วมกันในการแก้ไขปัญหาจาก MOU 2544 ที่มีการเจรจาก่อน เช่นเดียวกับ UNCLOS ที่ก็ต้องมีการเจรจากันก่อน เมื่อไปไม่ได้ก็ต้องดูว่ามีกลไกอะไรมาเสริม
เมื่อถามว่า ผู้นำกัมพูชาระบุว่าต้องการใช้ UNCLOS ในการเจรจา จะเป็นสัญญานที่ดีหรือไม่ นายสีหศักดิ์ มองว่า กัมพูชาอาจจะอยากใช้กลไกการเจรจาแบบภาคบังคับ แต่ไทยก็เห็นว่า ก่อนที่จะใช้ภาคบังคับก็ควรที่จะมีการพูดคุยกันสองฝ่ายก่อนดีหรือไม่
สำหรับกระแสข่าวการตั้ง พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นประธาน JBC ไทย-กัมพูชา ในส่วนของฝ่ายไทย นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า น่าจะเป็นไปตามข่าวที่ออกมา เพราะ พล.อ.สมศักดิ์ ก็เป็นบุคคลที่มีความรู้ในประเทศเพื่อนบ้าน และมีประสบการณ์ในเรื่องของความมั่นคงที่มาจากกองทัพ ซึ่งในส่วนนี้ก็มีกระทรวงการต่างประเทศร่วมในคณะอยู่ด้วย เป็นการทำงานที่เป็นเอกภาพ

