กมธ.ตำรวจ ดูงานพัทยา ศึกษายกระดับ กต.ตร. ดันกลไกภาค ปชช. ตรวจสอบตำรวจ ทึ่ง สภ.พัทยา ใช้เอไอพัฒนาแอพป้องกันอาชญากรรม ทำสถิติดคีลดฮวบ เตรียมสร้างระบบรับมือคนหาย

16

วันที่ 18 สิงหาคม 2569 นายเกียรติคุณ ต้นยาง รองประธานคณะกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร นำคณะลงพื้นที่ศึกษาดูงานแนวทางการยกระดับบทบาทและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ หรือ กต.ตร. ให้เป็นกลไกภาคประชาชนในการตรวจสอบองค์กรตำรวจอย่างเป็นอิสระและมีประสิทธิภาพ ณ สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา โดยมี นางสาวอำพร แก้วแสง ประธาน กต.ตร.สภ.เมืองพัทยา พร้อมด้วย พันตำรวจเอก เอนก สระทองอยู่ ผู้กำกับการ สภ.เมืองพัทยา ข้าราชการตำรวจ คณะกรรมการ กต.ตร.สภ.เมืองพัทยา และคณะกรรมการ กต.ตร.จังหวัดชลบุรี เข้าร่วม

นายเกียรติคุณ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการศึกษาปัญหา อำนาจหน้าที่ โครงสร้าง และแนวทางพัฒนา กต.ตร. ในทุกระดับ รวมทั้งรับฟังข้อเท็จจริงและข้อเสนอแนะจากผู้ปฏิบัติงาน เพื่อนำข้อมูลไปจัดทำรายงานและข้อเสนอเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบองค์กรตำรวจ ทั้งนี้ กต.ตร.ถือเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงระหว่างตำรวจและประชาชน โดยคณะกรรมาธิการฯ พบว่า กต.ตร.จำนวนมากเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในลักษณะจิตอาสา ต้องเสียสละทั้งเวลา ทรัพยากร และเวลาส่วนตัว เพื่อสนับสนุนภารกิจของตำรวจ ทั้งด้านการประสานงานและการสนับสนุนทรัพยากรในพื้นที่

กียรติคุณ ต้นยาง

นายเกียรติคุณกล่าวว่า สิ่งที่ต้องการผลักดันคือการพัฒนา กต.ตร. ให้มีบทบาทชัดเจน มีประสิทธิภาพ และได้รับความศรัทธาและความเชื่อมั่นจากประชาชน เพราะหาก กต.ตร.เข้มแข็ง ก็จะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ขององค์กรตำรวจ และช่วยสร้างความร่วมมือระหว่างตำรวจ กต.ตร. และประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

ขณะเดียวกัน การศึกษาครั้งนี้ไม่ได้มุ่งลดทอนความสำคัญของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่เป็นการมองภาพรวมของกระบวนการยุติธรรม เนื่องจากตำรวจถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของกระบวนการยุติธรรม ก่อนส่งต่อไปยังอัยการ ศาล และหน่วยงานราชทัณฑ์ โดยปัจจุบันตำรวจยังต้องเผชิญข้อจำกัดด้านอัตรากำลัง พนักงานสอบสวน บ้านพัก อุปกรณ์ และทรัพยากรในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่ง กต.ตร.ในหลายพื้นที่เข้ามามีส่วนช่วยสนับสนุนและบรรเทาปัญหาเหล่านี้

ด้าน นางสาวอำพร กล่าวว่า คณะทำงาน กต.ตร.สภ.พัทยาทุกคนที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่จะต้องผ่านการคัดกรองคุณสมบัติอย่างเหมาะสม และส่วนใหญ่เป็นผู้มีจิตอาสา มีความเสียสละ และพร้อมทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวม โดยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการประสานความร่วมมือระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ นอกจากนี้ ผู้ที่เข้ามาทำหน้าที่ กต.ตร.สภ.พัทยา ส่วนใหญ่เกิดจากความศรัทธาและความเชื่อมั่นในองค์กรตำรวจ พร้อมเข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนการทำงาน รวมถึงสะท้อนความคิดเห็นและปัญหาจากประชาชน เพื่อให้การปฏิบัติงานของตำรวจสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ และนำไปสู่การสร้างความเชื่อมั่น ความปลอดภัย และความเข้มแข็งให้กับชุมชน

ขณะที่ พันตำรวจเอก เอนก ได้นำเสนอแนวทางการรักษาความปลอดภัยและงานป้องกันปราบปรามด้วยนวัตกรรมเสริมสร้างความปลอดภัย โดยระบุว่า ตามทฤษฎีสามเหลี่ยมอาชญากรรม การเกิดอาชญากรรมประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ ได้แก่ คนร้าย เหยื่อ และโอกาส ดังนั้น แนวทางของ สภ.เมืองพัทยา คือการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยตัดโอกาสการก่อเหตุ และบริหารกำลังสายตรวจให้ตรงกับพื้นที่และช่วงเวลาที่มีความเสี่ยง

พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่

เดิมตำรวจใช้ “นาฬิกาอาชญากรรม” ในการรวบรวมสถิติ แต่ระบบเดิมมีข้อจำกัดในการมองเห็นภาพรวมของสถานการณ์ ไม่สามารถเรียกดูข้อมูลย้อนหลังหรือเปรียบเทียบข้อมูลในช่วงเวลาต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้พัฒนาจากระบบนาฬิกาอาชญากรรมดิจิทัล ไปสู่เว็บแอปพลิเคชันสำหรับวิเคราะห์อาชญากรรม ซึ่งระบบดังกล่าวสามารถรวบรวมข้อมูลเหตุที่เกิดขึ้น แสดงสถิติ วิเคราะห์แนวโน้ม และนำข้อมูลไปใช้กำหนดจุดตรวจและแผนการปฏิบัติของสายตรวจ โดยเจ้าหน้าที่สามารถรายงานเหตุผ่านเว็บแอปพลิเคชันด้วยเสียงพูด และระบบ AI จะช่วยนำข้อมูลเข้าสู่หมวดหมู่ต่าง ๆ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับการวิเคราะห์และวางแผนป้องกันอาชญากรรม

นอกจากนี้ ระบบยังสามารถกำหนดจุดตรวจและสั่งการให้สายตรวจเข้าพื้นที่ที่มีความเสี่ยงได้ โดยสายตรวจต้องเข้าสู่ระบบก่อนปฏิบัติหน้าที่ และสามารถตรวจสอบได้ว่าเจ้าหน้าที่เดินทางไปยังจุดที่กำหนดจริงหรือไม่ รวมถึงมีระบบเช็กอินและเช็กเอาต์ พร้อมบันทึกภาพจากพื้นที่จริง เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาสามารถติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานได้อย่างชัดเจน

พันตำรวจเอก เอนก กล่าวว่า ระบบดังกล่าวจะช่วยให้กำลังตำรวจที่มีอยู่อย่างจำกัดถูกนำไปใช้ “ถูกที่ ถูกเวลา” ตามแนวโน้มการเกิดอาชญากรรม โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีปัญหาเฉพาะ เช่น กรณีเหตุกราดยิงในสถานศึกษา หรือพื้นที่สาย 2 และสาย 3 จอมเทียน ซึ่งมีปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด ผู้บังคับบัญชาสามารถกำหนดพื้นที่ให้สายตรวจเข้าไปตรวจได้โดยตรง และสามารถตรวจสอบผลการปฏิบัติได้

CrimeX

ในส่วนของผลการดำเนินงาน มีการนำข้อมูลมาใช้วิเคราะห์แนวโน้มอาชญากรรม โดยพบว่าสถิติการทำร้ายร่างกายและลักทรัพย์ลดลงเกือบครึ่งหนึ่ง ขณะที่คดีลักรถจักรยานยนต์ลดลงจาก 7 ราย เหลือ 2 ราย แม้อาชญากรรมจะไม่สามารถทำให้หมดไปได้ทั้งหมด แต่การใช้ข้อมูลเพื่อป้องกันและตัดโอกาสสามารถช่วยให้แนวโน้มลดลงได้

นอกจากนี้ สภ.เมืองพัทยายังอยู่ระหว่างพัฒนาระบบเพื่อรับมือกับ “คนหาย” และกลุ่มบุคคลที่มีความเสี่ยง โดยมีแนวคิดเชื่อมโยงฐานข้อมูลเข้ากับระบบ AI Smart Camera ในพื้นที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามบุคคลและป้องกันเหตุในอนาคต

พันตำรวจเอก เอนก ยังเน้นย้ำว่า สภ.เมืองพัทยาให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว เพราะการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุถือเป็นหัวใจสำคัญ ทั้งต่อความปลอดภัยของประชาชนและภาพลักษณ์ของเมืองพัทยาในฐานะเมืองท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทย

ทั้งนี้ การลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการตำรวจครั้งนี้ นอกจากจะรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับบทบาทของ กต.ตร.แล้ว ยังเป็นการแลกเปลี่ยนแนวทางการทำงานระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติ ตำรวจ และภาคประชาชน เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการพิจารณาแนวทางพัฒนา กต.ตร. ให้สามารถทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงระหว่างประชาชนกับองค์กรตำรวจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และได้รับความเชื่อมั่นจากสังคมมากยิ่งขึ้น