นายพิเชฐ นุชนาถ กรรมการการเลือกตั้ง เตือน ผู้สมัคร ส.อบจ. ต้องตรวจสอบคุณสมบัติและ คุณลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 49-50 ของตัวเองให้ดี หากพบฝ่าฝืน มีความผิด มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 – 10 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 200,000 บาท แล้วให้ศาลเพิกถอนสิทธิ์การเลือกตั้ง 20 ปีพร้อมย้ำ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันตรวจสอบการทุจริตการเลือกตั้งอย่างเข้มงวด และหวังว่าจะมีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ออกมาใช้สิทธิ์ราว 75%
ด้าน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการกกต. ยืนยันว่า ข้าราชการการเมืองหรือผู้มีตำแหน่งทางการเมือง ห้ามเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการหาเสียงโดยเด็ดขาด ตามมาตรา 34 ของกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น โดยพรรคการเมืองสามารถส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ แต่ห้ามหาเสียงส่วนกลุ่มหรือคณะ ในข้อกฎหมายไม่ได้ห้ามส่งผู้สมัคร ส่วนบุคคลในกลุ่มหรือคณะจะช่วยพรรคการเมืองหาเสียงก็สามารถทำได้ แต่ต้องแจ้งกรรมการการเลือกตั้งว่า เป็นผู้ช่วยหาเสียงพร้อมยอมรับว่า เป็นกังวลเรื่องของคุณลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร โดยเฉพาะการถือหุ้นในบริษัท ที่เกี่ยวข้องกับสื่อมวลชน ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นไปแล้ว
ดังนั้น จึงต้องตรวจสอบคุณสมบัติของตนเองให้ดีว่าครบถ้วนตามกฏหมายหรือไม่เช่นเดียวกับการบริจาคเงินใส่ซองงานบุญก็ควรระวังเช่นกัน เพราะหากมีคำร้องมาในกรณีดังกล่าวทางกรรมการการเลือกตั้งก็จะต้องมีการวินิจฉัยตามข้อเท็จจริงต่อไป

