“หน้าวัว Velvet ด่างสี” ไม้หรูสายเลือดไทย เขย่าตลาดโลก! จากโรงเรือนไทยสู่บัลลังก์พืชแพงสุด ณ ชั่วโมงนี้

204

วงการไม้ประดับระดับโลกกำลังจับตา “ประเทศไทย” อย่างไม่กะพริบ เมื่อไม้ตระกูลหน้าวัวสายหรูอย่าง Velvet ด่างสี กลายเป็นดาวเด่นที่นักสะสมจากหลายประเทศแห่ตามหา จนถูกยกให้เป็นหนึ่งในพรรณไม้ราคาแรงที่สุดของโลก ณ เวลานี้ เบื้องหลังความสำเร็จดังกล่าว มาจากการพัฒนาสายพันธุ์โดยคนไทย ภายใต้การดูแลของ สวนสยามฟลอร่า ที่นำสายพันธุ์ชั้นดีจากต่างประเทศมาต่อยอด จนเกิดเป็นไม้ด่างสุดหายาก ที่ทั้งสวย แปลก และมีมูลค่าสูงอย่างน่าทึ่ง

จากไม้เขียว-ไม้ดำ สู่ยุค “Velvet ด่างสี”ผู้เชี่ยวชาญในวงการเปิดเผยว่า เดิมทีหน้าวัวสาย Velvet ในตลาดโลกมีเพียงไม้สีเขียวและไม้ดำ ก่อนจะเริ่มมีไม้ด่างขาวปรากฏขึ้นเมื่อราว 10 ปีก่อน แต่ยังหาได้ยาก ราคาสูง และแม่พันธุ์นำเข้าแทบเป็นของต้องล่า

กระทั่งวันนี้ ไทยสามารถพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ต่อยอดจากไม้ด่างเดิม กลายเป็น Velvet ด่างสี ที่มีลวดลายโดดเด่น สีสันสะดุดตา และเป็นที่ต้องการของตลาดนักสะสมทั่วโลก

ปลูกยาก โตช้า จุดเด่นของไม้ชนิดนี้ ไม่ได้มีเพียงความงาม แต่ยังขึ้นชื่อเรื่องความละเอียดอ่อนในการปลูกเลี้ยง เพราะไวต่อสภาพแวดล้อมอย่างมาก ทั้งแสง ความชื้น และอุณหภูมิ สวนผู้พัฒนาระบุว่า ต้องเลี้ยงในระบบปิดภายในโรงเรือนควบคุมพิเศษ หรือระบบ EF ที่ควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และแสงอย่างแม่นยำ โดยกว่าจะเพาะเมล็ดจนเริ่มเห็นทรงต้น ต้องใช้เวลานาน 10 เดือนถึง 1 ปี

ช่วงแรกไม้จะโตช้ามาก แต่เมื่อสร้างลำต้นได้แล้ว จึงเริ่มแตกยอดและเติบโตเร็วขึ้น ทำให้ต้นสมบูรณ์พร้อมขายมีจำนวนจำกัด ยิ่งส่งผลให้ราคาพุ่งสูง

ต่างชาติแห่ซื้อ ไทยขึ้นแท่นฮับไม้ด่างเอเชียในงานแสดงไม้ล่าสุด มีนักสะสมจากทั่วโลกเดินทางเข้ามาชมและซื้อขายอย่างคึกคัก ทั้งจาก จีน ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย สะท้อนชัดว่าไทยกำลังกลายเป็นศูนย์กลางไม้ด่างระดับภูมิภาค

ผู้ประกอบการยอมรับอย่างภาคภูมิว่า ขณะนี้ประเทศไทยสามารถพูดได้เต็มปากว่าเป็น “ฮับไม้ประดับสายพรีเมียม” เพราะไม้จากทั่วโลกหมุนเวียนเข้า-ออกไทยตลอดเวลาเหตุผลสำคัญคือ คนไทยมีจุดแข็งด้านการพัฒนาสายพันธุ์ ขยายพันธุ์เก่ง มีฝีมือ และต้นทุนการผลิตต่ำกว่ายุโรปหรืออเมริกาอย่างชัดเจน

แพงที่สุดในโลก?เมื่อถูกถามตรงๆ ว่า Velvet ด่างสีของไทย ถือเป็นไม้หน้าวัวที่แพงที่สุดในโลกหรือไม่ คำตอบจากผู้พัฒนาสายพันธุ์ชัดเจนว่า “ณ ขณะนี้…เราแพงที่สุดในโลก”แม้ราคาพืชหายากจะขึ้นอยู่กับความพอใจของผู้ซื้อและผู้ขาย แต่ในตลาดปัจจุบัน ชื่อของ Velvet ด่างสีจากไทย กำลังถูกจารึกว่าเป็นสุดยอดไม้สะสมที่นักเล่นทั่วโลกต้องมีไว้ครอบครอง

จากงานอดิเรกของนักสะสม สู่ธุรกิจระดับอินเตอร์ “หน้าวัว Velvet ด่างสี” ไม่ได้เป็นเพียงไม้ประดับราคาแพง แต่คือสัญลักษณ์ใหม่ของศักยภาพเกษตรไทยยุคใหม่ ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากความคิดสร้างสรรค์และความเชี่ยวชาญ จนต่างชาติยอมเปิดกระเป๋าซื้อในราคาสูงลิ่วและถ้ากระแสยังแรงต่อเนื่อง… อนาคตประเทศไทยอาจไม่ได้เป็นแค่ศูนย์กลางไม้ด่างเอเชีย แต่อาจขึ้นสู่ มหานครไม้หรูของโลก อย่างเต็มตัว.

ทีมข่าวเกษตร สำนักข่าวไทยแทบลอยด์ รายงาน