นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ไทย พุทธศักราช 2560 พร้อมคณะ แถลงภายหลังการประชุมว่า ตั้งแต่พิจารณามา กรรมาธิการฯ มีความเห็นสอดคล้องต้องกันในหลายเรื่องว่าต้องมีการแก้ไข รัฐธรรมนูญ เพื่อให้ประชาชนมีสิทธิและมีความเป็นเจ้าของมากขึ้น และเมื่อพิจารณาในมาตรา 256 แล้ว เห็นว่ามีหลักเกณฑ์ในมาตรานี้หลายข้อที่ทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปด้วยความยากลำบาก จึงเห็นพ้องว่า ควรต้องมีการแก้ไขเพื่อให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ง่ายขึ้น

พร้อมกันนี้ มีความเห็นตรงกันว่าควรต้องมีการยกร่างใหม่ทั้งฉบับ ซึ่งอาจต้องมีการเสนอตั้งส.ส.ร. ขึ้นมายกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ โดยคณะกรรมาธิการจะรวบรวมความเห็นทั้งหมดและวันที่ 27-28 สิงหาคม 2563 จะสรุปรายงานและส่งรายงานเพิ่มเติมภายในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ ซึ่งเมื่อทำเสร็จก็จะส่งให้สภาพิจารณา ส่วนการดำเนินการขึ้นอยู่กับสภาและรัฐบาลเพราะพวกตนมีหน้าที่ในการพิจารณาเท่านั้น

ด้านนายโภคิน พลกุล รองประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า ขณะนี้นักศึกษา ประชาชนอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญไปในทางที่ดีขึ้นจึงเห็นพ้องกันว่าหากแก้ในมาตรา 256 ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญทำให้การแก้ไขไม่ยุ่งยากและเพิ่มหมวดว่าด้วยการให้มี ส.ส.ร.ขึ้นมาทำนองเดียวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2534 จนนำไปสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญ 2540 จึงเห็นควรให้คณะกรรมาธิการที่มาจากทุกพรรคร่วมกันพิจารณาในประเด็นนี้ ซึ่งจะทำให้ได้ 2 อย่างคือมี ส.ส.ร.เดินหน้าทำงานไป ซึ่งหากทุกพรรคและสว.เห็นพ้องด้วย จะใช้เวลาประมาณ 5 เดือน น่าจะได้ ส.ส.ร. เพื่อจะได้ยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 390 วัน โดยรวมรวมน่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 1 ปี 6 เดือนก็จะเสร็จเรียบร้อย เห็นทางออกของประเทศว่าในอนาคตจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ร่างโดยประชาชนเห็นชอบโดยประชาชน