ตำรวจโชว์พีอาร์เชิงรุก เตือนชาวบ้านระวังโจรไซเบอร์ ฉวยโอกาสตุ๋นช่วงเหตุธรณีพิโรธ

229


  “        พลันที่เกิดแผ่นดินไหวส่งผลกระทบหลายจังหวัดทางภาคเหนือ กรุงเทพฯและปริมณฑล สร้างอาการหวาดผาให้ประชาชนเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครที่เกิดเหตุสลดตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)ที่กำลังก่อสร้างพังครืนฝังร่างวิศวกร และคนงานก่อสร้างเกือบ 100 ชีวิต

           สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร มองทางของอาชญากรไซเบอร์ออกว่า คงใช้ความเดือดร้อนและมีจิตใจอันเป็นกุศลของชาวบ้านเป็นเครื่องมือหากินด้วยหลอกลวงให้ติดตั้งแอฟแล้วกดลิ้ง พุ่งเป้าดูดเงินจากบัญชีที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงชาวบ้านต้องเจอกับวิกฤตใหญ่

            ทีมงานโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) โดยพล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกตร. ออกโรงเตือนว่าพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ มีความห่วงใยประชาชนที่อาจได้รับความเสียหายจากมิจฉาชีพที่จะฉวยโอกาสที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากเหตุแผ่นดินไหวมาเป็นเครื่องในการหลอกลวง จึงขอแจ้งเตือนให้รับทราบจาก 5 มุกมิจฉาชีพที่จะใช้เป็นเครื่องมือต้มตุ๋น

          มุกแรก-หลอกขโมยข้อมูลส่วนบุคคล ด้วยการแอบอ้างเป็นหน่วยงานต่างๆให้ลงทะเบียนเพื่อขอรับการช่วยเหลือ หลอกเอาข้อมูลส่วนบุคคล เช่น เลขบัตรประชาชน บัตรเครดิต และบัญชีธนาคาร

         มุกที่ 2-หลอกให้ติดตั้งแอปพลิเคชันดูดเงิน-ส่งลิงก์หลอกให้ติดตั้งแอปพลิเคชันเพื่อรับความช่วยเหลือ สุดท้ายเป็นแอปพลิเคชันควบคุมเครื่องระยะไกล ดูดเงินจากบัญชีธนาคาร

         มุกที่ 3-หลอกรับบริจาค- อาศัยความเอื้อเฟื้อแผ่ของคนไทย หลอกเปิดรับเงินบริจาคจากประชาชน

         มุกที่ 4-แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ หลอกเอาเงิน-อ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ติดต่อมาว่าจะให้ความช่วยเหลือ แต่หลอกให้โอนเงินมาเป็นค่าดำเนินการ หรือยืนยันตัวตน ซึ่งไม่เป็นความจริง

        มุกที่ 5-ข่าวปลอม-สร้างความตื่นตระหนก-เผยแพร่ข่าวปลอมหรือบิดเบือนเกี่ยวกับเหตุแผ่นดินไหว โดยอาจจะนำภาพเก่า ภาพเหตุการณ์อื่นๆ มาประกอบข้อความเพื่อให้คนตื่นตกใจ

      “ขอให้ประชาชนระมัดระวังในการส่งต่อข้อมูลข่าวสาร และขอให้ตรวจสอบก่อนว่าเป็นข้อมูลที่ถูกต้องก่อนที่จะส่งต่อหรือกรอกข้อมูลส่วนบุคคล”พล.ต.ต.ศิริวัฒน์บอกและว่าหากประชาชนถูกหลอกลวงสามารถแจ้งความร้องทุกข์ออนไลน์ บนเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.thหรือสายด่วน 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

       ความเคลื่อนไหวของทีมงานโฆษกตร.เสมือนการทำประชาสัมพันธ์เชิงรุก เพื่อสื่อสารถึงประชาชนให้ระมัดระวังไม่ตกเป็นเหยื่อของโจรไซเบอร์ ซึ่งปรากฏการณ์ลักษณะนี้ในช่วงเกือบ 10 ปีที่ผ่านมาแทบจะไม่มีให้เห็นเลย  อาจจะเป็นเพราะผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มุ่งที่จะหักเหลี่ยมเฉือนคมเพื่อแย่งชิงอำนาจและผลประโยชน์กันมากว่าที่จะใส่ใจความทุกข์ยากของประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อของอาชญากร จนกลายบ่อเกิดให้องค์กรตำรวจเกิดวิกฤตศรัทธา

    ครั้นมาถึงยุคของพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ นั่งบัลลังก์เจ้าสำนักปทุมวัน แบบเต็มตัว 5 เดือนกว่า สามารถขับเคลื่อนให้ประชาชนเกิดความศรัทธาต่อองค์กรตำรวจได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ เข้าใจหัวอกของตำรวจที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการแต่งตั้งโยกย้ายมาเกือบหนึ่งทศวรรษ จึงนำจุดอ่อนนี้มาปรับปรุงแก้ไขด้วยการจัดทำโผแต่งตั้งโยกย้ายยึดกฎกติกาแบบเข้มข้น

        จนสามารถเรียกขวัญกำลังใจของตำรวจให้กลับมาปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งดังเดิม โดยดูได้จากเกือบทุกกองบัญชาการ ต่างแข่งกันสร้างผลงานปราบปรามอาชญากรรมจนเป็นที่ประจักษ์ อาทิ ตำรวจสอบสวนกลาง ตำรวจไซเบอร์ ตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 2 และตำรวจภูธรภาค 7 เป็นต้น

       ยิ่งบวกกับการทำประชาสัมพันธ์เชิงรุกของทีมงานโฆษกตร.มีทั้งแบบแถลงผลงานของ ตร.และออกโรงเตือนประชาชนให้ระมัดระวังแก๊งมิจฉาชีพทุกรูปแบบรวมถึงโจรไซเบอร์ ทั้งในสถานการณ์ปกติและสถานการณ์ที่ต้องเผชิญกับภาวะวิกฤติด้วยแล้ว ทำให้ภาพลักษณ์ขององค์กรตำรวจกลับมาดีวันดีคืน

        อย่างผลงานล่าสุดที่ทีมงานโฆษกตร.ออกโรงเตือนประชาชนที่ยังผวากับเหตุการณ์แผ่นดินไหวระมัดระวังมิให้แก๊งมิจฉาชีพต้นตุ๋น หลังเกิดเหตุเพียงไม่ถึง 1 วัน ถือว่าทำประสัมพันธ์เชิงรุกแบบถูกวันและถูกเวลาอย่างยิ่ง !!!