นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 หลังรัฐบาลประกาศเคอร์ฟิวห้ามประชาชนออกนอกเคหะสถาน 4 ทุ่มถึงตี 4 ว่า รัฐบาลต้องประเมินหลังการประกาศใช้เคอร์ฟิว ได้ผลอย่างไร อย่างตรงไปตรงมา และมีข้อมูลผลกระทบอย่างครบถ้วนรอบด้าน ตนเชื่อว่าประชาชนมีความรู้ความเข้าใจพร้อมให้ความร่วมมือกับรัฐบาล ในการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อยู่แล้ว แต่อยากขอให้รัฐบาลสื่อสารในลักษณะสร้างกระบวนการ การมีส่วนร่วม ไม่ใช่แถลงข่มขู่ประชาชนในลักษณะ ถ้าเคอร์ฟิวตั้งแต่4 ทุ่มถึงตี4 ไม่ประสบผลสำเร็จจะประกาศเพิ่มเป็นเคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง สถานการณ์ในขณะนี้ทุกฝ่ายต้องร่วมแรงร่วมใจกันฝ่าวิกฤติโควิด-19 ไปให้ได้ในระยะเวลาที่สั้นที่สุดเพราะขณะนี้โควิด-19 ได้ขยายวงส่งผลกระทบกว้างออกไปเรื่อยๆ จนประชาชนทุกกลุ่มได้รับผลกระทบหนักทั่วประเทศ

นอกเหนือจากการบังคับใช้เคอร์ฟิว รัฐบาลต้องดูแลควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ไม่ให้มีการกักตุน หรือปรับเพิ่มราคาสูงขึ้นจนเป็นการเพิ่มภาระให้ประชาชน งานในส่วนนี้ตนไม่แน่ใจว่าอยู่ในการกำกับดูแลของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หรือ เป็นของพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ ร่วมกับปลัดกระทรวงต่างๆ เป็นคนควบคุมบริหารจัดการ

ทั้งนี้ นายอนุสรณ์ กล่าวอีกว่า ประกาศเคอร์ฟิวแล้วเอายังไงต่อ ถ้ายังควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ไม่ได้ แล้วแก้ด้วยการเพิ่มเป็นเคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง เป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพสูงสุดแล้วหรือไม่ นอกเหนือจากรัฐต้องควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ให้ได้โดยเร็วแล้วจะต้องควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคไม่ให้เป็นการเพิ่มภาระให้กับประชาชน