คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย แสดงความห่วงใยกับมาตรการของรัฐบาลในการปิดสถานประกอบการ 28 ประเภท เพื่อลดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งยังมีความสับสนทั้งมาตรการของว่าผู้ว่า กทม. กับ โฆษกรัฐบาล และภาพที่เห็นคือประชาขนแห่ไปซื้อสินค้าที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต เมื่อมาตรการที่ออกมานั้นไม่คิดให้รอบด้าน นายกรัฐมนตรีไม่เรียกหน่วยงานต่างๆมาหารือ ประชาชนต้องหยุดงาน ไม่มีรายได้ จึงเลือกที่จะกลับภูมิลำเนา แต่รัฐบาลไม่มีมาตรการรองรับ ไม่มีการระบุว่า ห้ามออกจากกรุงเทพมหานคร หรือให้การเยียวยาชดเชยในช่วงที่หยุดงาน จึงทำให้เห็นภาพการกลับภูมิลำเนาของประเทศชาชนจำนวนมาก ยิ่งทำให้มีการเคลื่อนที่ของคนหมู่มาก แต่กลับมีมาตรการออกตามหลังในวันนี้ที่ห้ามประชาชนออกจากกรุงเทพ จึงอยากขอให้รัฐบาลหากจะออกมาตรการใด นายกรัฐมนตรีต้องเป็นผู้นำ และรับฟังให้รอบด้าน กรั่นกรองมาตรการ ที่ไม่สร้างความสับสน ไม่ย้อนแย้ง ต้องหารือกับหลายกระทรวง และมีแผนรองรับ ไม่เช่นนั้นจะเป็นการผลักภาระให้ข้าราชการในต่างจังหวัดเป็นคนรับผิดชอบ

ทั้งนี้มาตราการที่เพื่อไทยเคยเสนอไป ยุทธการสยบโควิด 21 วัน นั้น คือ ปิดประเทศ เพื่อควบคุมไม่ให้เชื้อใหม่เข้ามาในประเทศ แต่หากไม่ปิดประเทศ รัฐบาลต้องจัดหา ร.ร. ให้ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศกักตัว 14 วัน อย่างเคร่งครัด และให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลตามขั้นตอน

ส่วนการยับยั้งการแพร่ระบาดภายในประเทศ รัฐบาลต้องยอมรับความจริงให้ได้ว่าขณะนี้มีการระบาดที่หาต้นตอไม่เจอ และให้ทำการปูพรหมค้นหาผู้ติดเชื้อ มาตรวจคัดกรอง พร้อมทั้งออกมาตรการให้เด็ดขาด หากจะสั่งปิดพื้นที่ก็ต้องทำให้เด็ดขาด เชื่อประชาชนจะสบายใจกว่าหากผู้ติดเชื้อเข้าระบบดูแล จะลดการแพร่ระบาดในสังคมได้ ตลอดจนมีมาตรการชดเชยเบี้ยยังชีพให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบด้วย