24 มีค 2563กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก, พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป., พ.ต.อ.มีชัย กำเนิดพรม, พ.ต.อ.มนตรี เทศขัน, พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.วิวัฒน์ จิตโสภากุล, พ.ต.ท.สิงห์ชัย ฐานไชยสิทธิ์, พ.ต.ท.สิทธิเกียรติ ศรีจันทร์, พ.ต.ท.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์
รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.ธีรภาส ยั่งยืน รอง ผกก.4 บก.ป. ปฏิบัติราชการ กก.3 บก.ป. พ.ต.ต.กิตติภพ ทองเพชร สว.กก.3 บก.ป., ร.ต.อ.หญิง สุกัญญา กุดาศรี รอง สว.กก.3 บก.ป.,

ได้ร่วมกันจับกุมตัว นางสาว สุพิชญา พรมแสนปัง อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ที่ 199/2563 ลง 19 มี.ค.63 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, ฉ้อโกงประชาชน, โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน”

จับกุมได้บริเวณศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง สาขาพัทยาเหนือ ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จว.ชลบุรี
สืบเนื่องจาก น.ส.สุพิชญาฯ ผู้ต้องหา เคยเล่นแชร์เป็นลูกแชร์ในกลุ่มแชร์ออนไลน์ต่างๆ ต่อมาได้ผันตัวมาเป็นท้าวแชร์ตั้งกลุ่มแชร์ชื่อ “ซ้อบี” และชักชวนคนในกลุ่มไลน์เดิม และคนที่สนใจใหม่เข้ามาลงทุน โดยจะได้ค่าตอบแทนรอบ 7 วัน ร้อยละ 35% รับเงินปันผลทันที เช่น ลงทุน 100,000 บาท ทุกๆ 7 วันจะได้รับเงินปันผล 35,000 บาท ซึ่งผู้ต้องหาจะสร้างความน่าเชื่อถือ โดยตั้งกลุ่ม VIP เฉพาะผู้บริหารโดยอ้างว่ามีนักธุรกิจ นักการเมือง อยู่ในกลุ่มนั้น แล้วมีการพูดคุยถึงการระดมทุนต่างๆ และรายรับต่าง ๆ แล้วก็มีการแคปภาพมาส่งในกลุ่มแชร์ชื่อ “ซ้อบี” ให้ลูกแชร์ดู โดยในกลุ่มแชร์ชื่อ “ซ้อบี” มีสมาชิกประมาณหลักร้อย จากนั้นผู้ต้องหาจะมาแบ่งเป็นวงย่อยๆ อีกหลายสิบกลุ่มซึ่งจะแบ่งตามจำนวนเงินลงทุน โดยตั้งวงแชร์มาประมาณ 1 ปีเศษ ระยะแรกลูกแชร์ที่เปียได้ ก็ได้รับเงินตรงตามจำนวน ทำให้มีผู้หลงเชื่อนำเงินมาลงทุนจำนวนมาก ต่อมาระยะหลังเมื่อมีผู้ร่วมลงทุนมากขึ้น ทุนสูงขึ้น ทำให้ไม่สามารถจ่ายค่าตอบแทนได้ทัน ผู้ต้องหาจึงไม่ตอบไลน์ ไม่รับโทรศัพท์ ผู้เสียหายจึงรวมตัวกันเข้าแจ้งความดำเนินคดีที่ สน.อุดมสุข และทราบว่ายังมีผู้เสียหายอีกจำนวนมากยังไม่ได้เข้าแจ้งความ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม ได้สืบสวนจนทราบว่า น.ส.สุพิชญาฯ ผู้ต้องตามหมายจับได้ปรากฏตัวในพื้นที่จังหวัดชลบุรี จึงลงพื้นที่ไปสืบสวนจับกุม พบ น.ส.สุพิชญาฯ ซึ่งกำลังทำธุรกรรมการเงิน อยู่ภายในบริเวณศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง สาขาพัทยาเหนือ ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จว.ชลบุรี จึงได้ดำเนินการจับกุมตัว โดยผู้ต้องหาให้การว่าตนเองเช่าบ้านพักอยู่ที่ หมู่ ๗ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จว.ชลบุรี เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม เชื่อว่ายังมีทรัพย์สินที่มีไว้ได้มาจากการกระทำความผิด ซุกซ่อนในบ้านหลังดังกล่าว จึงได้เข้าไปตรวจค้น และได้ตรวจยึดโน้ตบุ๊ค, ไอแพด, โทรศัพท์มือถือ, สมุดบัญชีเงินฝากหลายบัญชี, บัตรเอทีเอ็ม, สำเนาใบฝากชำระเงิน และ รถยนต์ยี่ห้อมาสด้า 2 (ป้ายแดง) มาเพื่อตรวจสอบ และนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.อุดมสุข ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


สอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และให้การเพิ่มเติมว่า รถยนต์ยี่ห้อมาสด้า 2 ที่ใช้อยู่ไม่ใช่ของตน แต่เป็นของเพื่อน และผู้ต้องหายอมรับว่าได้โอนเงินจำนวน 620,000 บาท เพื่อมาจ่ายค่ารถคันดังกล่าวให้แก่เพื่อน ซึ่งเป็นเงินที่ได้มาจากการฉ้อโกงประชาชนจริง และอ้างว่าบางส่วนได้มาจากการขายเจลแอลกอล์ฮอล์ล้างมือให้กับลูกค้าทางอินเตอร์เน็ต