“ร.อ.ธรรมนัส” ฝากข้าราชการสำนึกเป็น “ข้าของแผ่นดิน” ย้ำตำแหน่งรัฐมนตรีไม่จีรัง หากมีวาสนากลับมาพร้อมเดินหน้าดูแลเกษตรกรให้ดีกว่าเดิม ยืนยันทำหน้าที่จนวินาทีสุดท้ายก่อน ครม.ใหม่ ชี้นักการเมืองต้องทำได้ทุกบทบาท แม้เป็นฝ่ายค้านก็ไม่ค้านทุกเรื่อง

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “ยกระดับมาตรฐานเชื่อมโยงเทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนสหกรณ์สู่ความยั่งยืน” ที่โรงแรมปรินซ์พาเลซ มหานาค กรุงเทพมหานคร พร้อมกล่าวถึงบทบาทการทำงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงการทำหน้าที่ของข้าราชการในช่วงการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตั้งแต่เข้ามาดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในปี 2562 แม้บางช่วงจะไม่ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ แต่หน่วยงานในสังกัดยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ที่มีบทบาทสำคัญต่อการบริหารจัดการสหกรณ์ทั่วประเทศ
ทั้งนี้ ปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้ภาคการเกษตรของพี่น้องเกษตรกรกว่า 30 ล้านชีวิต ส่วนหนึ่งเกิดจากการขาดวินัยทางการเงิน และการไม่ประเมินรายรับรายจ่ายของตนเองอย่างรอบคอบ ดังนั้น หากมีโอกาสได้กลับมากำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อีกครั้ง สิ่งสำคัญที่จะผลักดันคือการสร้างวินัยทางการเงินและการบริหารบัญชีที่ถูกต้องให้กับสหกรณ์ทั่วประเทศ
“แม้ผมจะไม่ได้จบเศรษฐศาสตร์ แต่ก่อนมาเป็นนักการเมืองผมทำธุรกิจมา การทำบัญชีจึงเป็นเรื่องสำคัญ ผู้สอบบัญชีของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ใช่ใครจะมาเป็นก็ได้ ต้องมีองค์ความรู้ และต้องการมืออาชีพเข้ามาบริหารสหกรณ์ให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว
พร้อมกันนี้ได้ฝากถึงข้าราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า ไม่ว่าผู้นำทางการเมืองจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร สิ่งที่ต้องตระหนักอยู่เสมอคือการเป็น “ข้าของแผ่นดิน”
“ไม่ว่าผมจะอยู่ในสถานะใดก็ตาม ไปไม่นานแล้วกลับมา หากมีวาสนาดูแลพี่น้องเกษตรกรก็จะทำให้ดีที่สุด แต่ถ้าต้องเปลี่ยนผ่าน สิ่งที่อยากฝากคือทุกท่านต้องตระหนักว่าท่านคือข้าของแผ่นดิน ถ้าไม่มีประชาชน ไม่มีพี่น้องเกษตรกร เราก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไร แต่ละกรมก็ไม่มีงานทำ ตำแหน่งรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีช่วยไม่จีรัง มาแล้วก็ไป แต่ข้าราชการคือครอบครัวของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องรักในหน้าที่และองค์กรของตนเอง”
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวด้วยว่า การเปลี่ยนผ่านผู้นำที่เป็นนักการเมืองเป็นเรื่องปกติ นโยบายอาจมีความไม่ต่อเนื่อง แต่ข้าราชการต้องยึดหลักการทำงานและหน้าที่ของตนเองเป็นสำคัญ พร้อมยอมรับว่าที่ผ่านมาตนเองอาจทำงานเข้มงวดในหลายเรื่อง เพราะต้องการให้งานมีคุณภาพ และต้องการให้ข้าราชการทุกคนตระหนักในหน้าที่ของตน
ภายหลังการประชุม ร.อ.ธรรมนัส ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า นักการเมืองต้องสามารถทำหน้าที่ได้ทุกบทบาท ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายบริหารหรือฝ่ายนิติบัญญัติ และต้องตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน
“แม้จะเป็นฝ่ายค้าน เราก็มีหลักการ ไม่ใช่ค้านทุกเรื่อง เรื่องไหนเป็นประโยชน์ต่อประชาชนก็ไม่ควรค้าน เราไม่ใช่ฝ่ายค้านแบบฝ่ายแค้น เราต้องมีคุณธรรมในการทำหน้าที่”
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวยืนยันว่า แม้สถานการณ์ทางการเมืองจะอยู่ในช่วงรอการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ แต่ตนเองยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐบาลชุดใหม่ พร้อมเดินหน้าแก้ไขปัญหาให้พี่น้องเกษตรกรจนถึงวาระสุดท้ายของการทำงาน
โดยขณะนี้ได้ประสานงานกับปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงอธิบดีของแต่ละกรม เพื่อเตรียมแนวทางรับมือผลกระทบจากสถานการณ์สงครามที่อาจส่งผลต่อค่าครองชีพและต้นทุนการผลิตของเกษตรกร
ส่วนกรณีของนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา เขต 4 พรรคกล้าธรรม ที่มีกำหนดเข้าพบกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ในวันที่ 12 มีนาคมนี้ ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า เป็นเรื่องส่วนตัวของเจ้าตัว พรรคไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายได้
“เรื่องนี้ต้องไปถามเขาเอง เป็นเรื่องส่วนตัว ยุ่งมากไม่ได้ อย่างมากก็ให้กำลังใจกัน เพราะเราอยู่พรรคเดียวกัน สมาชิกพรรคถามไถ่ให้กำลังใจกันเป็นเรื่องปกติ” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

