วันที่ 11 มี.ค. พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.เดชวุฒิ อุตรศาสตร์ สว.กก.1 บก.ป. พร้อมกำลังร่วมกันจับกุมตัวนายอานนท์ อายุ 35 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดพะเยา ที่ จ.53/2553 ลงวันที่ 22 เม.ย.2553 ข้อหา “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น” ได้บริเวณหน้าห้องเช่า หมู่ 6 ต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง
สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเทศกาลสงกรานต์ วันที่ 13 เม.ย.2553 นายอรรษพร ซึ่งถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้แล้ว พร้อมด้วยนายอานนท์ ผู้ต้องหารายนี้ ตั้งวงดื่มสุรากับกลุ่มเพื่อนภายในบ้านพัก พื้นที่หมู่ 3 ต.แม่ใจ อ.แม่ใจ จ.พะเยา ต่อมานายอรรษพรชักชวนนายอานนท์ออกไปซื้อสุรามาดื่มเพิ่ม ระหว่างทางได้แวะไปยังบ้านของนายธนวิชญ์ เพื่อทวงเงินที่ค้างชำระอยู่ หวังนำไปซื้อสุรามาดื่มต่อ
เมื่อไปถึงบ้านที่เกิดเหตุทราบว่านายธนวิชญ์ เจ้าของบ้านซึ่งเป็นลูกหนี้ของนายอานนท์ ออกไปเติมเงินโทรศัพท์ แต่ด้วยความมึนเมาสุรา นายอรรษพรได้พูดจาข่มขู่ผู้เสียหายว่า “เคยตายหรือไม่” ก่อนชักอาวุธปืนลูกซองพกสั้นออกจากเอว ยิงใส่นายณรงค์ศักดิ์ ผู้เสียหาย กระสุนเข้าที่แก้มขวาทะลุออกแก้มซ้าย ขณะเดียวกันกระสุนยังพุ่งไปถูกแขนขวาของนายภาณุวัฒน์ ผู้เสียหายอีกคนจนได้รับบาดเจ็บทั้งคู่
หลังก่อเหตุ นายอรรษพรได้เดินออกจากบ้านไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่นายอานนท์ติดเครื่องรออยู่หน้าบ้าน ก่อนพากันขับขี่หลบหนีไป จากนั้นผู้เสียหายทั้งสองได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.แม่ใจ ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ก่อเหตุ โดยสามารถจับกุมนายอรรษพรได้ก่อนแล้ว ส่วน นายอานนท์ ได้หลบหนีเรื่อยมา
ต่อมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้พิจารณาประกาศสืบจับนายอานนท์ เป็นผู้ต้องหารายสำคัญที่ต้องการตัว ลำดับที่ 111 กระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนติดตามเบาะแสจนทราบว่าหลบหนีมากบดานอยู่ในพื้นที่ อ.บ้านค่าย จ.ระยอง จึงนำกำลังเข้าจับกุมตัวได้ดังกล่าว
สอบสวน นายอานนท์ให้การว่า วันเกิดเหตุตนเดินทางไปกับนายอรรษพรจริง แต่ไม่ทราบว่าเพื่อนพกอาวุธปืนติดตัวไปด้วย อีกทั้งไม่รู้ว่าเมื่อเพื่อนอยู่ในอาการมึนเมาจะก่อเหตุรุนแรงเช่นนี้ จนทำให้ตนกลายเป็นผู้มีส่วนร่วมกระทำความผิดด้วย โดยตลอดระยะเวลากว่า 16 ปีที่ผ่านมาพยายามหลบหนีเรื่อยมา กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมได้ในที่สุด จึงนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ใจ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

