15 มีค2563กองบังคับปราบปราม ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป., พ.ต.อ.มีชัย กำเนิดพรม รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.มนตรี เทศขัน รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.วิวัฒน์ จิตโสภากุล ,พ.ต.ท.สิงห์ชัย ฐานไชยสิทธิ์, พ.ต.ท.สิทธิเกียรติ ศรีจันทร์, พ.ต.ท.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ รอง ผกก.3 บก.ป. และ พ.ต.ท.ธีรภาส ยั่งยืน รอง ผกก. 4 บก.ป.

พ.ต.ต.ณัฐดนัย สีแข่ไตร สว.กก.3 บก.ป., .พร้อมเจ้าที่. ปปท.ร่วมกันจับกุมตันายกฤดิพัฒน์ หัววงศ์ อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ที่จ.7/2563 ลง 17 กุมภาพันธ์ 2563 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริตหรือโดยมิชอบ ยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์สินนั้นเสีย, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสาร กรอกข้อความลงในเอกสาร หรือผู้ดูแลรักษาเอกสารกระทำการปลอมเอกสารโดยอาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่อยู่”

จับกุม ตัวได้ที่ บริเวณหน้าถนนหน้ารีสอร์ทแห่งหนึ่ง ต.ปากช่อง อ.จอมบึง จว.ราชบุรี สืบเนื่องจากเมื่อช่วงประมาณ มีนาคม 2548 – 2550 ตามวันเวลาเกิดเหตุ นายกฤดิพัฒน์ฯ ผู้ต้องหา มีอาชีพรับราชการเป็นอาจารย์ของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งย่านฝั่งธนบุรี และมีหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจควบคุมเบิกจ่ายเงินเกี่ยวกับการจัดทำโครงการต่างๆ ของทางมหาลัยฯ โดยเมื่ออาจารย์หรือนักศึกษาจะจัดทำโครงการใดๆ ต้องดำเนินการขอเบิกเงินจัดทำโครงการผ่านผู้ต้องหา โดยในช่วงแรกๆ ผู้ต้องหาจะดำเนินการเบิกจ่ายให้ตรงเวลาโครงการต่อโครงการ ต่อมาเมื่อมีได้รวบรวมโครงการหลายๆโครงการ และทำการเบิกพร้อมกันซึ่งจะได้เงินเป็นจำนวนมาก แต่เมื่อเบิกเงินมาแล้วกลับไม่นำไปให้เจ้าของผู้จัดทำโครงการ และพูดจาหลีกเลี่ยงบ่ายเบี่ยงเรื่อยมา หากเจ้าของผู้จัดทำโครงการรายใดมาทวงถาม จึงจะดำเนินการหามาจ่ายให้ จนทำให้เกิดข้อสงสัย กระทั่งผ่านไป 2 ปี จึงได้มีการดำเนินการตรวจสอบการเบิกจ่ายเงินโครงการต่างๆ ที่ขออนุมัติ จนทราบว่า นายกฤดิพัฒน์ฯ ผู้ต้องหาดำเนินการขออนุมัติเบิกเงินโครงการต่างๆ กว่า 100 โครงการ นอกจากนั่นยังมีโครงการคอมพิวเตอร์พกพาของมหาวิทยาลัยฯ แต่กลับไม่ไปจ่ายให้กับเจ้าของโครงการ มูลค่าความเสียหายหนึ่งล้านบาทเศษ

ต่อมาเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม ได้สืบสวนติดตามจนทราบว่า นายกฤดิพัฒน์ฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับได้หลบหนีการจับกุมมากบดานอยู่ในพื้นที่ จว.ราชบุรี จึงได้บูรณาการประสานการปฏิบัติสนธิกำลังร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ ปปท. ลงพื้นที่สืบสวนจนทราบว่า นายกฤดิพัฒน์ฯ บุคคลตามหมายจับ ได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ที่บริเวณหน้าถนนหน้ารีสอร์ทแห่งหนึ่ง ต.ปากช่อง อ.จอมบึง จว.ราชบุรี จึงร่วมกันได้เดินทางไปตรวจสอบ พบ นายกฤดิพัฒน์ฯ กำลังเดินอยู่บริเวณริมถนนเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ป. จึงได้ทำการจับกุม และนำตัวส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา