วันที่ 29 มิถุนายน 2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการประชุมศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปบย.ตร.) ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลการป้องกันปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าของรัฐบาล และ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการ ศปบย.ตร. ร่วมเป็นประธานการประชุม โดยมี นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/รองผู้อำนวยการศูนย์ฯ, นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค พร้อมด้วย พล.ต.ต.พานทอง สุวรรณจูฑะ, พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท คณะทำงาน ศปบย.ตร. รวมทั้งรองผู้บัญชาการและรองผู้บังคับการหน่วยปฏิบัติทุกหน่วยเข้าร่วมประชุม ณ ห้อง ศปก.ตร. และผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์จากทั่วประเทศ

โดยก่อนเริ่มการประชุม นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/ผอ.ศปบย.ตร. ได้ร่วมกันมอบประกาศเกียรติคุณและรางวัลให้แก่ข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติงานดีเด่นในด้านการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าของ ศปบย.ตร. รวมทั้งสิ้น 7 ราย เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน
นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการแก้ไขปัญหาสถานการณ์การแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า โดยเฉพาะการแพร่ระบาดในกลุ่มเด็กและเยาวชน ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าไม่ใช่เพียงปัญหาสาธารณสุขเท่านั้น แต่เป็นปัญหาด้านสังคมและความมั่นคง ซึ่งจะส่งผลต่ออนาคตของประเทศ โดยย้ำให้การป้องกันและปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าเป็นวาระสำคัญของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค, กรมศุลกากร, กรมการปกครอง, กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกระทรวงสาธารณสุข เพื่อร่วมกันดำเนินการอย่างจริงจัง เด็ดขาด และต่อเนื่อง พร้อมมอบนโยบายการทำงาน
ตามแนวทางสำคัญ 3 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1.ปกป้องอนาคตของชาติ” มุ่งเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงและสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กและเยาวชน 2.ทลายโครงข่าย ตัดวงจรทั้งระบบ มุ่งสืบสวนขยายผลถึงผู้กระทำผิดรายใหญ่และเครือข่ายทั้งหมด และ 3.ไซเบอร์คลีนนิ่ง ยกระดับปราบปรามออนไลน์ เพื่อเร่งปิดกั้นการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ประสานการทำงานร่วมกับ สคบ. ตำรวจไซเบอร์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม และบริษัทขนส่ง
นอกจากนี้ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการบุหรี่ไฟฟ้าแห่งชาติ และผลักดันโครงการปลอดบุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียนและสถานศึกษา นำร่อง 9 จังหวัด ในเขตตรวจราชการ 2 เขต ได้แก่ เขตตรวจที่ 2 กลุ่ม จังหวัดภาคกลางตอนบน ได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม และสมุทรปราการ และเขตตรวจที่ 9 กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 2 ได้แก่ จันทบุรี ตราด นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว เพื่อรณรงค์สร้างความรู้ และฉีดวัคซีนทางความคิดให้กับเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป ได้ตระหนักถึงภัยของบุหรี่ไฟฟ้า

ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.นิรันดรฯ ในฐานะผู้อำนวยการ ศปบย.ตร. สั่งการให้ทุกหน่วยสืบสวนจับกุมเครือข่ายผู้ผลิต จำหน่าย และนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ เพื่อตัดวงจรการแพร่ระบาด รวมทั้งการลักลอบผลิตหรือนำเข้า สารเอโทมิเดต (Etomidate) ซึ่งนำมาใช้ผสมน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า เป็น “บุหรี่ไฟฟ้าซอมบี้” โดยให้ประสานข้อมูลกับ ป.ป.ส. และกรมศุลกากรอย่างใกล้ชิด
นอกจากนั้น กรณีพบการโฆษณาขายบุหรี่ไฟฟ้าทางออนไลน์ในแพลตฟอร์มต่างๆ ให้กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ดำเนินการระงับ/ปิดกั้น URL ดังกล่าว พร้อมทั้งสั่งการให้ทุกสถานีตำรวจต้องจัดทำฐานข้อมูลเป้าหมายในพื้นที่ จัดโซนนิ่งร้านค้า/พื้นที่เสี่ยงและลงไปสืบสวนตรวจสอบเป้าหมายอยู่ตลอด หากพบมีการลักลอบจำหน่ายให้จับกุมดำเนินคดี เน้นย้ำพื้นที่รอบโรงเรียน สถานศึกษา จะต้องเป็นพื้นที่สีขาว ไม่มีการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าโดยเด็ดขาด กำชับการปฏิบัติงานของทุกหน่วยต้องดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรฐาน SOP ที่ ศปบย.ตร.กำหนด ทุกคดีที่จับกุมได้ต้องแจ้งข้อหาผู้ต้องหาให้ครบถ้วนตามกฎหมายทุกฉบับที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้รับโทษสูงสุด รวมถึงให้ใช้มาตรการตามกฎหมายฟอกเงิน และสืบสวนขยายผล ตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่อให้สามารถจับกุมและดำเนินคดีกับตัวการ และผู้เกี่ยวข้องในเครือข่ายทั้งหมด
ผอ.ศปบย.ตร. ยังให้นโยบายเพิ่มเติมว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมบูรณาการกับหน่วยงานราชการและภาคีทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับการดำเนินการเรื่องนี้ให้เป็นวาระระดับชาติ ตามนโยบายรัฐบาล ในการนี้ จึงกำหนดให้มีการระดมกวาดล้างการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่หนีภาษี พร้อมกันทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 – 15 กรกฎาคม 2569 รวม 15 วัน ซึ่งทาง ศปบย.ตร. จะได้แถลงผลการระดมกวาดล้างให้ทราบต่อไป
พล.ต.อ.นิรันดร กล่าวว่า สำหรับประชาชนที่พบข้อมูลการทำผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นการลักลอบเปิดร้านหรือจำหน่ายออนไลน์ หรือพบสถานที่ต้องสงสัยว่าจะมีการลักลอบผลิต สามารถแจ้งเบาะแสมาที่ ศปบย.ตร. ได้สองช่องทาง โดยโทรผ่านสายด่วน 1599 หรือแจ้งผ่านแอปพลิเคชัน Police Care ฟีเจอร์ “แจ้งเบาะแสบุหรี่ไฟฟ้า” ได้ตลอด 24 ชั่วโมงทั้งสองช่องทาง

