ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ผบช.สตม.) กล่าวถึง กรณีนายฮาคิม อัล อาไรบี อายุ 25 ปี นักฟุตบอลชาวบาเรนห์ ว่า ตั้งแต่ในการเดินทางเข้าประเทศไทยของเขาได้รับให้มีสถานะผู้ลี้ภัยที่ประเทศออสเตรเลีย แต่อีกสถานะหนึ่งมีหมายจับของตำรวจสากล เรดโนติส ของประเทศบาเรนห์ ในส่วนการดำเนินการเรายึดหลักมาตรฐานสากลที่ตำรวจทั่วโลกใช้เหมือนกัน หลังเดินทางเข้าไทยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองใช้อำนาจ ตม.คุมตัว และจากนั้นขออำนาจศาลคุมตัวระยะเวลาหนึ่ง ต่อมาอินเตอร์โพลได้ยกเลิกการบันทึกหมายจับในระบบอินเตอร์โพล แต่รัฐบาลบาเรนห์ส่งหมายจับบุคคลดังกล่าวผ่านกระทรวงการต่างประเทศของไทย เมื่อเป็นเช่นนี้เป็นกระบวนการสากลของโลก เข้าสู่กระบวนการศาล เพราะฉะนั้นในส่วนตม. สำนักงานตำรวจแห่งชาติประสานอัยการสูงสุด ดำเนินการส่งหมายจับของบาเรนห์สู่ศาล

ผบช.สตม.กล่าวว่า ศาลอาญาอนุมัติหมายจับผู้ร้ายข้ามแดน เราจึงส่งฮาคิมคุมในศาลอยู่ในเรือนจำตามหลักสากลทั่วโลก อยู่ในประบวนการศาลยุติธรรม เป็นดุลพินิจศาลไต่สวนพิจารณา นายฮาคิมมีสิทธิอุทธรณ์ เป็นอำนาจการพิจารณาของศาลอาญาไทยว่าจะส่งให้ประเทศใด โดยทางการไทย ได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่เป็นหลักสากลทุกอย่าง ตั้งแต่การควบคุมตัวตามหมายจับ ระหว่างเดินทางเข้าประเทศ ไปจนถึงขั้นตอนการพิจารณาจากศาลอาญาไทย ที่อนุมัติหมายจับคนร้ายข้ามแดนนายฮาคีม และส่งตัวไปคุมขังในเรือนจำ ตามอำนาจศาล ซึ่งนายฮาคีม ยังสามารถใช้สิทธิของลี้ภัยได้ โดยขณะนี้ ยังอยู่ระหว่างการไต่สวนของศาล ว่าจะส่งตัวนายฮาคีม ไปประเทศออสเตรเลีย หรือบาห์เรน และยืนยันว่า กรณีนี้แตกต่างจากการขอลี้ภัยของ นางสาวราฮาฟ โมฮัมเหม็ด อัล-คานูน ชาวซาอุดีอาระเบีย ที่ไม่ได้มีหมายจับ

ส่วนกรณีทางการออสเตรเลีย หรือสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (ฟีฟ่า) แสดงความไม่เห็นด้วยกับทางการไทย และเรียกร้องให้ส่งตัวนายฮาคิมไปประเทศออสเตรเลีย ผบช.สตม.กล่าวว่า ไม่ใช่การแทรกแซง แต่มองว่า เป็นข้อเรียกร้องจากส่วนต่าง ๆ ก็ต้องส่งความเห็นเข้าสู่การพิจารณาในกระบวนการยุติธรรม โดยย้ำว่าไทยดำเนินการทุกอย่างตามหลักสิทธิมนุษยชนและกฎหมาย และได้มีการประสานพูดคุยกับทูตออสเตรเลียและบาห์เรนประจำประเทศไทยอย่างใกล้ชิด