ที่สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร. ) แถลงว่า เข้าสู่ปีที่ 4 จะมุ่งเน้นการกู้ภาพลักษณ์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำรวจที่ทำความเสียหาย ทำให้ประชาชนเดือดร้อน จัดแถวตำรวจที่สร้างความเสื่อมเสียให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยเฉพาะในระดับโรงพักที่มีความใกล้ชิด กับประชาชนซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของตำรวจ โดยเฉพาะเรื่องพนักงานสอบสวน ที่มักได้รับเรื่องร้องเรียนในหลายเรื่อง เช่นไม่รับแจ้งความ หรือนัดแล้วให้ประชาชนรอนาน รวมไปถึงการให้ประชาชนหาพยานหลักฐานเอง ปัญหาเรานี้ตนได้รับร้องเรียน จากนี้จะไม่ให้เกิดขึ้นอีก โดยจะเน้นกับผู้บัญชาการทุกกองบัญชาการให้ไปไปเป็นโจทย์แก้ปัญหา กำชับผู้ใต้บังคับบัญชา พร้อมกับคาดโทษ หากเกิดเรื่องร้องเรียนก็ต้องดำเนินการทางปกครอง นอกจากนี้ตั้งเป้าแก้ปัญหาเรื่องสหกรณ์ตำรวจและหนี้สินตำรวจ ที่เป็นเรื่องบั่นทอนกำลัง ใจก็เป็นเรื่องที่จะต้องแก้ไข รวมถึงเรื่องเบี้ยเลี้ยงตำรวจ เบี้ยเลี้ยงลูกน้องที่มีปัญหาต้องแก้ไขด้วย

ผบ.ตร.กล่าวว่า ที่ผ่านมา 3 ปีก็ยอมรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชน และเอามาแก้ไขพัฒนางานตำรวจให้ดียิ่งขึ้น ตนไม่ใช่คนไม่รับฟัง น้อมรับข้อร้องเรียน ปีนี้ปีที่ 4 ก็จะแก้ไขจุดที่บกพร่อง พัฒนาต่อไปให้ดีขึ้น อะไรที่เป็นปัญหา ตำรวจรู้อยู่แล้ว ว่าต้องแก้ไขไม่ต้องเน้นย้ำ หากทำผิดก็ต้องลงโทษกัน

เมื่อถามถึงนโยบายด้านความมั่นคงเตรียมพร้อมกับการเลือกตั้งในต้นปี 2562 พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า จะให้ตำรวจไปศึกษากฎหมายต่างๆในการเลือกตั้ง ทั้งพ.ร.บ. -พ.ร.ป.ที่เกี่ยวข้อง ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยในการเลือกตั้ง ทั้งนี้ไม่ต้องกังวลว่าจะมีตำรวจที่ไม่เป็นกลางเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ยืนยันว่าที่ผ่านมาก็มีการลงโทษตำรวจที่มีพฤติกรรมในลักษณะนี้มาตลอดจึงอยากให้ประชาชนมั่นใจ

ส่วนเรื่องการร้องเรียนจากประชาชนเรื่องบ่อนการพนันในย่านรามคำแหงพื้นที่สน.หัวหมาก พล.ต.อ. จักรทิพย์กล่าาว่า อาจจะมีการลักลอบเล่นการพนันจริง แต่ด้วยอย่างที่รู้กันว่าเป็นการลักลอบแอบเล่นกัน ตนไม่ไม่ได้บอกให้เปิดเล่นกันได้โจ๋งครึ่มเสียหน่อย บางครั้งก็มีทหาร ฝ่ายปกครอง จับกุม กวดขันในเรื่องนี้ร่วมกับตำรวจด้วย ซึ่งการมอบนโยบายก็จะเน้นย้ำในเรื่องนี้ให้กับหัวหน่วยทุกหน่วย ไปเฝ้าระวังการลักลอบเล่นในลักษณะนี้ แต่เชื่อว่าทุกคนรู้อยู่แล้วว่าต้องทำอะไรบ้าง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับในการมอบนโยบายให้กับข้าราชการการระดับนายพลประจำปีนี้นั้น ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชน เข้าร่วมฟังแต่อย่างใด