ลุยเมืองน่าน เปิด “ยุทธการตัดเนื้อร้าย ครั้งที่ 12” เหตุเบาะแส 1386 ฟัน 3 ข้าราชการ-ลูกจ้างรัฐ เอี่ยวยาเสพติด สั่งให้ออกราชการทันที

72

สำนักงาน ป.ป.ส. เดินหน้าปราบปรามขั้นเด็ดขาด ขุดรากถอนโคนเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าไปพัวพันกับยาเสพติด ภายใต้ “ยุทธการตัดเนื้อร้าย ครั้งที่ 12” ล่าสุด เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 สำนักงาน ปปส.ภาค 5 บูรณาการกำลังร่วมกับ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดน่าน (ศอ.ปส.จ.น่าน) และฝ่ายปกครองอำเภอปัว ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังได้รับเรื่องร้องเรียนผ่านสายด่วน ป.ป.ส. 1386 ชี้เป้าข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ อ.ปัว จ.น่าน จำนวน 2 หน่วยงาน มีพฤติการณ์ลักลอบเสพและค้ายาเสพติด



นายดนุชา ไชยวงค์ ผอ.บก.ปปส.ภ.5 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ ได้เข้าพบผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) แห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ปัว เพื่อแจ้งข้อร้องเรียนและดำเนินการตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดเจ้าหน้าที่แบบยกหน่วย รวมทั้งสิ้น 34 ราย เพื่อความโปร่งใส
.
ผลการตรวจพบสารเสพติดในร่างกาย จำนวน 2 ราย ซึ่งตรงกับบุคคลที่ถูกร้องเรียน ได้แก่

1นายดำรงค์ (สงวนนามสกุล) ตำแหน่ง ข้าราชการส่วนท้องถิ่น

2.นายสุทัศน์ (สงวนนามสกุล) ตำแหน่ง ข้าราชการส่วนท้องถิ่น (พบประวัติเคยถูกจับตาและเคยเข้ารับการบำบัดมาก่อน)

จากการซักถาม ทั้งสองสารภาพว่าซื้อยาบ้ามาจากเอเย่นต์ในพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพักของเอเย่นต์ พบอุปกรณ์การเสพจำนวนมาก จึงได้ส่งมอบข้อมูลให้ สภ.ปัว ติดตามจับกุมตัวต่อไป

ในส่วนของข้าราชการทั้ง 2 ราย ได้ถูกส่งตัวเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา และทางหน่วยงานต้นสังกัดได้มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยขั้นเด็ดขาด
.
ในวันเดียวกัน ชุดปฏิบัติการได้เข้าตรวจสอบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) แห่งหนึ่งใน อ.ปัว และเรียกตัว นายพงษ์พศวัต (สงวนนามสกุล) หรือหยาง ลูกจ้างชั่วคราวรายเดือน มาตรวจปัสสาวะ ซึ่งผลปรากฏออกมาเป็น บวก (พบสารเสพติด)


นายพงษ์พศวัตยอมจำนนต่อหลักฐาน และสารภาพว่าเพิ่งเสพไอซ์เมื่อกลางดึกวันที่ 13 มิถุนายน ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง โดยใช้วิธีนำไอซ์มาละลายน้ำเกลือแล้วฉีดเข้าสู่ร่างกาย นอกจากนี้ยังสารภาพว่าได้สั่งซื้อไอซ์ผ่านกลุ่มลับในโซเชียลออนไลน์ จากเอเย่นต์รายหนึ่งในกลุ่มลับ โดยเอเย่นต์จะส่งของกลางผ่าน พัสดุไปรษณีย์ส่งตรงมาถึงที่ทำงาน เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่
.
เบื้องต้น ผอ.รพ.สต. ได้ส่งตัวนายพงษ์พศวัตเข้าบำบัดรักษา และเตรียมนำเรื่องเข้าสู่สภา รพ.สต. เพื่อพิจารณาลงโทษทางวินัยขั้นเด็ดขาด โดยอ้างอิงตามระเบียบของ กองสาธารณสุข องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ต่อไป
.
จากการซักข่าวเชิงลึกของเคส รพ.สต. ปปส.ภ.5 ได้นำข้อมูลขยายผลต่อทันทีโดยประสาน สภ.ปัว ล่าเพื่อนร่วมก๊วน ผู้ต้องหาสารภาพว่าเคยแบ่งไอซ์เสพกับ นายธีร์นิพัทธ์ (สงวนนามสกุล) พนักงานโรงแรมแห่งหนึ่งใน อ.ปัว ซึ่ง ปปส.ภ.5 ได้ประสานตำรวจติดตามตัวแล้ว พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่ยังแกะรอยจนทราบตัวตนของเอเย่นต์ในกลุ่มลับ ทางโซเชียลออนไลน์ ว่าคือ นายอมรเทพ (สงวนนามสกุล) อาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ขณะนี้ ปปส.ภ.5 กำลังรวบรวมหลักฐานแชทสนทนาและสลิปโอนเงิน เพื่อดำเนินคดีในข้อหา สมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 127 อย่างถึงที่สุด



ตามนโยบายของรัฐบาล ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ประกอบกับข้อสั่งการเด็ดขาดของ พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. ที่กำชับว่า หากพบเจ้าหน้าที่รัฐหรือบุคลากรในหน่วยงานราชการเข้าไปพัวพันกับยาเสพติด ต้องฟันไม่เลี้ยง ไม่มีการละเว้น เพื่อรักษาความเชื่อมั่นและสวัสดิภาพของพี่น้องประชาชน

สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม ขอยืนยัน “1386 ท่านแจ้ง เราจับ ที่พึ่งทุกปัญหายาเสพติด” หากประชาชนพบเห็นเจ้าหน้าที่รัฐ หรือบุคคลใดมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน ป.ป.ส. 1386 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยข้อมูลทุกอย่างจะถูกปิดบังเป็นความลับสูงสุด