เกิดความสงสัยว่าการประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ครั้งที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ต้องการจะโชว์บทบาทเชิงบริหารราชการแผ่นดินของนายอนุทินหรือไม่ ถึงปล่อยคลิปบรรยากาศและเนื้อหาการประชุมออกมา เพราะปกติจะประชุมลับ

หรือต้องการสื่อสารให้เห็นว่านายอนุทินเอาจริงกับการแก้ปัญหาความขัดแย้งเรื่องการบริหารงานและผลประโยชน์ใน ภูเก็ต ที่มีพวกมาเฟียที่นายอนุทินบอกว่าไม่มีมาเฟียมีแต่พวกกุ๊ย เพราะตัดตอนเอาเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตกับรองผู้ว่าฯออกมาปล่อย
จนเกิดดราม่าเมื่อนายอนุทินพูดถึงประเด็นรองผู้ว่าฯภูเก็ตจ้องจะย้ายผู้ว่าฯภูเก็ตว่า ”ผมอยากรู้ว่ารองผู้ว่าฯจะเอาอะไรไปปลดผู้ว่าฯ อย่าว่าแต่ย้ายผู้ว่าฯ ย้ายไม่ได้อยู่แล้ว ต้องผ่านกระบวนการมากมาย และยังต้องผ่านที่ประชุมครม.(คณะรัฐมนตรี) คนที่พูดปัญญาอ่อนเต็มทน จะเอาน้ำยาอะไรไปปลดผู้ว่าฯ มท.1 นั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้ ไม่เซ็นสักอย่าง นี่ถือเป็นความผิดพลาดในการบริหารงานบุคคล เดี่ยวผมจะสอบท่านปลัดฯด้วย”
ในที่ประชุมผู้ว่าฯ ภูเก็ต เสนอให้กระทรวงมหาดไทยตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง หลังประชุมผ่านไปเพียงไม่กี่ชั่วโมงกระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งฟ้าผ่าเด้ง นายธีระพงศ์ ช่วยชู รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต ไปเป็นรองผู้ว่าฯนครศรีธรรมราช และนายอดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต ไปเป็นรองผู้ว่าฯสงขลา มีผลตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน
ถ้ามองในเชิงปกครองหรือบริหารถือว่าเป็นการตัดสินใจที่เฉียบขาด ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทวงมหาดไทย ที่ปกป้องผู้ใต้บังคับบัญชาที่เป็นถึงระดับพ่อเมือง เพราะถ้าปล่อยไว้อาจมีคนระดับผู้ว่าฯ รองผู้ว่าฯ ปลัดจังหวัด ไม่เกรงกลัวผู้บังคับบัญชาโดยตรง และอาจมีการแสดงอำนาจบารมีที่ท้าทายเกิดขึ้นในกระทรวงมหาดไทยได้
ขณะที่รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต ทั้งสองคนกำลังเก็บของหรืออยู่ระหว่างเดินทาง ครม.มีมติให้ย้ายนายนิรัตน์ พงศ์สิทธิถาวร ผู้ว่าฯภูเก็ต เข้ากรุเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ย้ายนายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงฯไปนั่งแทน เป็นวันเดียวกับที่คำสั่งรองผู้ว่าฯมีผล
ปรากฏการณ์เด้งฟ้าผ่าทั้งผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าฯ ภูเก็ต มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหลากหลายทั้งจากนักวิชาการและนักการเมือง โดยเฉพาะน.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ให้ความเห็นว่าเป็นแค่ละครฉากหนึ่ง เพราะคนที่มีอำนาจและมือทำงานในพื้นที่ยังอยู่ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการย้ายรองผู้ว่าฯมีข้อกล่าวหารุนแรง เหตุใดไม่ดำเนินการสอบสวนทางวินัยและอาญาให้สาธารณชนรับรู้
“การย้ายรองผู้ว่าฯครั้งนี้เป็นเรื่องตลกมาก ข้าราชการกรมการปกครองต่างทราบดีถ้าถูกมองว่ามีความผิดต้องย้ายไปจังหวัดเล็กกว่า แต่กลับย้ายไปนครศรีธรรมราชเป็นจังหวัดที่ใหญ่กว่า” น.ส.ภคมน ระบุ
แต่ถ้ามองอย่างวิเคราะห์ถึงบริบทของนายอนุทินในฐานะประธานที่ประชุมผนวกกับความเห็นที่มีข่าวรองผู้ว่าฯจะย้ายผู้ว่าฯที่นายอนุทินระบุว่าคนพูดปัญญาอ่อนจะเอาน้ำยาอะไรปลดผู้ว่าฯ พออนุมานได้ว่านายอนุทินยืนข้างผู้ว่าฯ
จังหวะเดียวกันนั้นผู้ว่าฯ ภูเก็ต เสนอให้ตั้งคณะกรรมการระดับกระทรวง สอบหาความจริง เกี่ยวกับประเด็นรองผู้ว่าฯกดดันให้ย้ายผู้ว่าฯรวมถึงประเด็นมีการกล่าวหาว่ารองผู้ว่าฯบางคนเอื้อประโยชน์ให้พวกมาเฟีย จนทำให้การสอบสวนเกี่ยวกับบุกรุกพื้นที่อุทยานไม่มีความคืบหน้า
ดังนั้นเพื่อให้ความจริงกระจ่างในทางปกครองที่สั่งย้ายรองผู้ว่าฯออกนอกพื้นที่นั้นถูกต้องแล้ว แต่ต้องย้ายไปประจำกระทรวงฯไม่ใช่ย้ายไปรับตำแหน่งอีกจังหวัดหนึ่งที่มีพื้นที่ใหญ่ภูเก็ต
อีกประเด็นหนึ่งที่สังคมค่อยข้างคาใจและสงสัยคือย้ายนายนิรัตน์ ไปเป็นรองปลัดกระทรวงฯ แวดวงชาวคลอดหลอดต่างทราบดีว่าย้ายเก็บกรุ เพราะรองปลัดฯหากปลัดฯไม่มอบหมายงานให้ได้แต่นั่งตบยุงไปวัน ๆ
จากปรากฏการณ์ดังกล่าวพอที่จะบ่งบอกว่าได้ว่ารองผู้ว่าฯจ้องจะย้ายผู้ว่าฯ นั้นมีอยู่จริง ถ้าไม่มีอยู่จริงผู้ว่าฯคงไม่กระเด็นเข้ากรุนั่งตบยุงในกระทรวงอย่างแน่นอน
ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่าที่นายอนุทินบอกว่ารองผู้ว่าฯจะปลดผู้ว่าฯนั้นเป็นเรื่องปัญญาอ่อน มีอยู่จริงหรือไม่มีอยู่จริง?
วิญญูชนพึงประเมินเอาเถอะว่างานนี้มีใครปัญญาอ่อนหรือไม่ ?!!


