กรุงเทพฯ, 19 มิถุนายน – สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) หรือ สทร. ร่วมกับ สถาบันยานยนต์ จัดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหัวข้อ “THAILAND MOVE ON RAIL โอกาสใหม่ของธุรกิจไทยในอุตสาหกรรมระบบราง … พื้นฐานโครงสร้างเชิงระบบและชิ้นส่วนของรถไฟ” ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมระบบรางของไทย มุ่งเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านโครงสร้างและการผลิตรถไฟ เพื่อรองรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการพัฒนารถไฟต้นแบบของประเทศไทยในอนาคต โดยมี นายพิศิษฐ์ แสง-ชูโต กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สทร. เป็นประธานเปิดงาน พร้อมบรรยายถึงพัฒนาการเทคโนโลยีระบบรางของไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยสะท้อนวิสัยทัศน์การยกระดับประเทศไทยจากการเป็นเพียง “ผู้ซ่อม” สู่การเป็น “ผู้สร้าง” ผ่านการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการพัฒนาอุตสาหกรรมระบบรางร่วมกับพันธมิตรต่างประเทศ เพื่อให้การผลิตรถไฟและระบบขนส่งทางรางของไทยเป็นไปตามมาตรฐานสากล
นายเกรียงศักดิ์ วงศ์พร้อมรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ กล่าวว่า ภาพรวมของโครงการฯ ในการพัฒนาผู้ประกอบการเข้าสู่อุตสาหกรรมระบบราง ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดธุรกิจสู่ธุรกิจใหม่ๆ ที่สร้างมูลค่าเพิ่ม นอกจากนี้ ได้กล่าวถึงแนวคิดในการพัฒนาอุตสาหกรรมระบบราง โดยได้ยกประเทศต้นแบบอย่างเช่นตุรกี ซึ่งสามารถพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตรถไฟจากฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ได้อย่างประสบความสำเร็จ และเป็นแนวทางที่สามารถประยุกต์ใช้กับประเทศไทยได้ เนื่องจากไทยก็เป็นฐานการผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ที่มีผู้ประกอบการมากกว่า 2,400 ราย ในปัจจุบัน

ในฐานะหน่วยงานขับเคลื่อนการปฏิรูปอุตสาหกรรมภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรม สถาบันยานยนต์ได้ดำเนินงานร่วมกับกระทรวงคมนาคม ภายใต้บันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) ระหว่างสองกระทรวง เพื่อผลักดันการสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการ หรือ “Incubation Team” สำหรับเตรียมความพร้อมด้านการผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์ระบบราง รองรับการเติบโตของระบบขนส่งทางรางในอนาคต โดยเน้นย้ำว่าความสำเร็จในการเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมระบบราง นอกจากจะต้องอาศัยทักษะและประสบการณ์แล้ว ยังต้องมีความพร้อมในการเรียนรู้และพัฒนาองค์ความรู้ใหม่อย่างต่อเนื่อง
ด้านนายชัยวุฒิ ตันไชย ผู้จัดการกลุ่มพัฒนาผู้ประกอบการและธุรกิจใหม่ สทร. ได้นำเสนอภารกิจของ สทร. ในการเป็นหน่วยงานกลางประสานความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ ภาครัฐ ภาคการวิจัยและพัฒนา ตลอดจนหน่วยงานต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนากำลังคน และการสร้างอุตสาหกรรมระบบรางภายในประเทศ

พร้อมกันนี้ ได้กล่าวถึงศักยภาพของผู้ประกอบการไทยในการผลิตชิ้นส่วนของ รถโบกี้บรรทุกตู้สินค้า หรือ บทต. ซึ่งมีหลายชิ้นส่วนที่สามารถผลิตได้ภายในประเทศ รวมถึงแนวคิดการออกแบบและพัฒนารถไฟท่องเที่ยวที่สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทย อันจะนำไปสู่การขยายผลด้านการผลิตโดยอาศัยห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศในอนาคต
นอกจากนี้ สทร. ยังได้นำเสนอความคืบหน้าของโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีผ่านความร่วมมือกับ BLUE Engineering s.r.l. ประเทศอิตาลี รวมถึงความร่วมมือระหว่างกระทรวงคมนาคม สทร. และกระทรวงอุตสาหกรรม ในการส่งเสริมผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมระบบรางอย่างเป็นรูปธรรม
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของการอบรม คือ การถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านโครงสร้างและการผลิตรถไฟ โดย รองศาสตราจารย์ ดร.วิชัย ศิวะโกศิษฐ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมระบบรางและพลังงานทดแทน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งได้ถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับองค์ประกอบและกระบวนการผลิตเบื้องต้นของ รถไฟต้นแบบ DEMU (Diesel Electric Multiple Unit) โครงการสำคัญภายใต้ความร่วมมือระหว่าง สทร. และ BLUE Engineering s.r.l.
การบรรยายดังกล่าวช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าใจโครงสร้างและกระบวนการผลิตรถไฟ DEMU พร้อมทั้งสามารถประเมินศักยภาพขององค์กร ทั้งด้านเทคโนโลยี กระบวนการผลิต และทรัพยากรบุคคล ว่าสามารถรองรับการผลิตชิ้นส่วนใดได้บ้าง ผ่านกิจกรรม Workshop ที่จัดขึ้นภายในงาน ซึ่งผลการประเมินดังกล่าวจะถูกนำไปใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการกำหนดแนวทางพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทยในอนาคต ทั้งนี้ การฝึกอบรมครั้งนี้ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการเข้าร่วมการฝึกอบรมกว่า 400 ราย จาก 240 บริษัท สะท้อนถึงความตื่นตัวของภาคอุตสาหกรรมไทยในการก้าวเข้าสู่ธุรกิจระบบราง และถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ บุคลากร และเทคโนโลยี เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมระบบรางไทย

