โครงการ TH-AI Passport (ไทย-เอไอ พาสปอร์ต) มูลค่าโครงการสูงถึง 1,600 ล้านบาท เป็น “โปรเจกต์เข็นความรั้นขึ้นภูเขา ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่ถูกเสนอขึ้นมาอ้างวัตถุประสงค์ในการซื้อและแจกสิทธิ์การใช้งานระบบ Generative AI ระดับ Pro/Premium ให้คนไทยได้ใช้งานฟรี ๆ 5 ล้านคน เป็นเวลา 1 ปี” (จากประชากรหลายสิบล้าน!!) พร้อมกับทำจะมีการระบบแพลตฟอร์มการเรียนรู้เพื่ออัปสกิลด้านดิจิทัล

โครงการนี้ เต็มไปด้วยคำถาม เต็มไปด้วยความสงสัย และถูกตั้งหัวเขตอีกมากมายทั้งจากฝ่ายการเมืองภาคประชาชน รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านเทคฯ ว่าอาจส่อแววทุจริตและมีล็อกสเปกแบบโจ๋งครึ่มใช่หรือไม่? ข้อพิรุธที่ชัดประการแรก คือความเร่งรีบแบบ โครงการที่มีมูลค่าสูงถึง 1,600 ล้านบาท กลับถูกผลักดัน ดำเนินการ และทำประชาพิจารณ์จนถึงขั้นลงนามในสัญญาในกรอบเวลาเพียงแค่ 31 วัน ซึ่งถือว่าเร็วมากผิดปกติสำหรับโครงการไอทีขนาดใหญ่ระดับประเทศนี้ และฝ่ายค้านเปิดหลักฐานสำคัญที่ชื้ให้เห็นว่า มีการเขียนTOR รวมถึงเตรียมระบบเอาไว้ล่วงหน้าก่อนวันเปิดประมูล! จนถูกมองว่า “จัดฉาก” ล็อกตัวผู้ชนะไว้แล้วหรือไม่ ความพีคยังไม่จบ เมื่อว่ามีการก๊อปปี้คำในเอกสาร TOR แบบ โป๊ะแตก: เขียนลอกแบบคนมีพิรุธ แบบเหมือนกันเป๊ะ คำต่อคำ
งบประชาสัมพันธ์ เขียนล็อกสเปกให้ต้องเป็นบริษัทขนาดใหญ่และคุณสมบัติตามเขียนหวยล็อกไว้ แล้วเท่านั้นที่ทำได้ จน มี ภาพ หลุด ออก มา ว่า เจ้า ของ บริษัท ที่ ได้ งาน นี้ มี ความ ใกล้ชิดมากๆ ถึงขั้นไป วัน เกิดของบุคคลสำคัญ ในพรรคสีน้ำเงินด้วย
แล้วเราจะเห็นความพยายามอีกหลายอย่าง ในการใช้เงินนอกงบประมาณสภาฯ เพิ่อหลีกเลี่ยงหรือหนีการตรวจสอบ เพราะโครงการนี้ใช้ “กองทุนเฉพาะทางด้านดิจิทัล” ซึ่งถือเป็นเงินนอกงบประมาณแผ่นดินที่ผ่านการอนุมัติภายในบอร์ดกองทุน ทำให้สามารถอนุมัติเงินได้เร็วและไม่ต้องผ่านกระบวนการกลั่นกรองและ ถูกตรวจสอบ อย่างละเอียดในสภาผู้แทนราษฎร จากความเร่งรีบจากวิธีการจากความใกล้ชิดจากทีโออาร์ที่เขียนแล้วเหมือล็อกสเปค เป็นความพยายาม ที่จะเอาให้ได้
แม้ปลัดกระทรวงดีอีจะชี้แจงว่า เอกสารที่ซ้ำกันนั้นเป็นรายละเอียดทางเทคนิคเล็กน้อย ไม่ใช่สาระสำคัญมาตรฐาน และยืนยันด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวว่า โครงการนี้ทำถูกต้องตามระเบียบข้าราชการทุกประการ
ล่าสุด มีการเรียกชี้แจงในกรมอธิการตัวรัฐมนตรีไม่ได้เข้ามาตอบเองและพยายามเลี่ยงเสมอ การประชุมร่วมกันระหว่าง กรรมาธิการงบประมาณ และ กรรมาธิการกฎหมาย เพื่อตรวจสอบกรณีโครงการ “Thai AI Passport” ซึ่งสร้างความเดือดในวงประชุมอย่างมาก สส. ฝั่งภูมิใจไทย โดยศุภชัย ใจสมุทร ได้แสดงความไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรง โดยตั้งคำถามว่าการประชุมร่วมในลักษณะนี้ถูกต้องตามข้อบังคับการประชุมสภาหรือไม่ นำไปสู่การเดิน Walk-out ออกจากห้องประชุม
เราเพิ่งผ่านการเลือกตั้งมาได้ไม่กี่เดือนการจัดตั้งรัฐบาลเสร็จได้ไม่กี่เดือนบริหารงานมาแป๊บเดียวแต่เราเห็นพยายามความที่จะหาโครงการต่าง ๆ ที่มีข้อพิรุธ บางส่วนเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนและนักการเมือง เรื่องนี้สร้างความหวั่นไหวอ่อนไหวให้กับรัฐบาลอย่างมากความพยายามเป็นเห็นภาพการ พยายามปั่นข่าวให้ข้อมูลพบกระแสรวมว่าฝ่ายค้านมีคนเกี่ยวข้องกับ Forex หลังจากส.สปล่อยค้านพยายาม จะตรวจสอบความโปร่งใสในโครงการระดับชาตินี้ อาจสร้างความไม่พอใจ ให้กับคนที่พยายามจะปกป้อง หาผลประโยชน์
ช่วงนี้เราจึงจะเห็น “ความขยัน” ของ สส. ฝั่งรัฐบาล พรรคภูมิใจไทย ใช้กลอุบาย เพิ่อสกัดกั้นหรือชะลอการตรวจสอบโครงการ Thai AI Passport ไม่ให้เดินหน้าต่อได้อย่างราบรื่น โดยเบี่ยงเบนประเด็นไป ทิศทางอื่นกลบกลิ่นฉาวหลังโครงการนี้
สุดท้ายเปลี่ยนความไม่ปกติเหม็นเน่าฉาวโฉ่ของเรื่องนี้ มีกลิ่นออกมาแล้วและกลิ่นนี้ยังคงติดอยู่ในใจคนไทย ที่ยังเห็นความพยายามไม่ลดละเลิกยุติชะลอ หรือยุติโครงการ และจะเกิดคำถามตลอดไปในช่วง 4 ปีนี้ว่าโครงการนี้เพื่อคนไทยหรือนายทุนพรรคกันแน่!!??
__ยังเติร์ด__

