การนับถือสัตว์เป็นเทพมีกันในหลายประเทศ ฉากหน้าอาจมองเป็นเรื่องงมงายแต่ถ้าดูให้ลึกลงไปจะพบความหมายที่แฝงอยู่

478

อ่านสนุกแบบมีทั้งศรัทธาและพาณิชย์ไปกับ คอลัมน์พระบ้าน by ต้นคนชอบพระ

    ในประเทศญี่ปุ่นมีศาลเจ้าที่มีรูปสุนัขจิ้งจอกอยู่เยอะมากแล้วแต่ละที่จะต้องมีเสาสีแดง บางที่มีนับหมื่นต้น สงสัยมั๊ยล่ะครับ ผมก็สงสัยและอดรนทนไม่ไหวอยากรู้ว่าน้อนจิ้งจอกตัวที่อยู่ตามศาลเจ้าญี่ปุ่นกับจิ้งจอกเก้าหางตัวที่หนีเจ้าแม่หวางหมู่มาจากจีนจะใช่ตนเดียวกันหรือไม่ เลยไปหาคำตอบและเอามาฝากเพื่อนผู้อ่านเป็นความรู้อ่านเล่นเพลินๆเผื่อวันไหนไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วมีคนถามจะได้ขิงใส่ได้ว่าชั้นรู้ๆ อิๆ

            ( รูปจิ้งจอกหน้าศาลเจ้าญี่ปุ่น )

ศาลเจ้าทั่วญี่ปุ่น ว่ากันว่าศาลเจ้าที่มีจำนวนเยอะที่สุดก็คือศาลเจ้าที่มีรูปปั้นสุนัขจิ้งจอก โดยมีอยู่ ราวสามหมื่นแห่ง ทว่าแม้จะเป็นศาลเจ้าที่มีเยอะที่สุด แต่คนญี่ปุ่นเองที่รู้ที่มาที่ไปเกี่ยวกับศาลเจ้าจิ้งจอกนี้กลับมีไม่มาก อันนี้คงต้องพูดถึงความเชื่อของลัทธิชินโตที่เชื่อว่า หมาจิ้งจอกเป็นผู้ส่งสารของเทพเจ้าอินาริ อันว่า เทพอินาริ นี้เป็น เทพแห่ง พืชพันธุ์ธัญญาหาร การค้าและอุตสาหกรรม ประจำศาลเจ้าอินาริ โดยชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อว่าในรวงข้าวจะมี เทพเจ้าสถิตอยู่จึงมีการทำพิธีกราบไหว้บูชา จนกลายมาเป็นศาลเจ้าอินาริ (Inari Shrine) ที่สถิต ของเทพเจ้าแห่งพืชพรรณธัญญาหาร อุคาโนมิทามะโนะคามิ (Ukanomitama no Kami) มีการ เรียกเทพเจ้า โออินาริซัง (Oinari-san) หรือ โอคิตสึเนะซัง (Okitsune-san) ที่แปลว่าจิ้งจอก ด้วยเหตุนี้หมาจิ้งจอกซึ่งเป็นผู้ส่งสารของเทพเจ้าอินาริ จึงมีบทบาทในการช่วยให้เกิดความอุมสมบูรณ์ขึ้น ที่หน้าศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ ที่จังหวัดเกียวโต จึงมีรูปปั้นหมาจิ้งจอกประดับอยู่ เสมือนเป็นยามหรือทวารบาลรักษาทางเข้า โดย บางตัวจะคาบสิ่งที่มีลักษณะคล้ายสาส์น อันหมายถึงเป็นตัวแทนหรือสื่อกลางระหว่างมนุษย์กับ เทพเจ้า หรือบางตัวคาบรวงข้าว หมายถึง การเป็นตัวแทนของความอุดมสมบูรณ์  ญี่ปุ่นยังเชื่อ ว่า จิ้งจอกยิ่งมีหางมาก ก็จะหลักแหลมและทรงอำนาจมากเท่านั้น ฉะนั้น จึงมีผู้บูชาจิ้งจอกเสมือนเป็น เทพองค์หนึ่งเลยทีเดียว

            (รูปเสาสีแดงของศาลเจ้าฟูชิมิอินาริไทชะ )

    ไหนๆก็ไหนๆแล้วถ้าใครไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วอยากมูแถมได้เห็นศาลเจ้าที่มีเสาแดงมากที่สุดน่าจะในโลกแหละ อยากแนะนำให้ไปศาลเจ้าฟูชิมิอินาริไทชะ (Fushimi Inari Taisha) นอกจากจะถือเป็นศูนย์กลางของศาลเจ้าอินาริ ทั่วประเทศ มีผู้คนมาสักการะมากมายในฐานะ เทพเจ้าแห่งการเกษตร การค้าและอุตสาหกรรม แล้วผู้คนยังมักจะมาชมความงามของเซ็มบงโทริอิ (Senbon Torii : เสาโทริอิพันต้น) เสาโทริอิสีแดงที่เรียงตัวทอดยาวกว่า 4 กิโลเมตร ไปตามแนวเชิงเขาอินาริ ซึ่งถ้าจะนับเสาจริงๆแล้ว เค้าว่าน่าจะหลักหมื่นต้นเลยด้วยซ้ำ บรรดาเสาโทริอิที่มากมายนี้นั้น ล้วนเป็นศรัทธาจาก บริษัท ห้างร้าน และโรงงานในญี่ปุ่น ซึ่งแต่ละต้นจะมีการจารึกผู้บริจาคไว้ ประมาณว่ามาบนมามูแล้วตูได้ก็มาแก้บนแล้วจดชื่อไว้ว่ามาแก้บนแล้วน้ากันเทพจิ้งจอกลืมแจ้งให้เทพอินาริ ชาวญี่ปุ่นนับถือเทพอินาริในด้านการอุปถัมภ์ค้ำชูและส่งเสริมความเจริญในการงานและกิจการ ซึ่งความศรัทธานี้ยังคงอยู่ จนมาถึงทุกวันนี้ พอมาถึงตรงนี้ก็พอจะสรุปได้ว่าน้อนเทพจิ้งจอกที่อยู่ตามศาลเจ้าเนี่ยเป็นสัตว์เทพรับใช้ของเทพอินาริ เทพแห่งความอุดมสมบูรณ์ คนละตนกันกับจิ้งจอกเก้าหางที่หนีมาจากจีนและถูกผนึกไว้ในหิน

บรรดาภูตจิ้งจอก ว่ากันว่าเมื่อมีอายุถึง 300 ปี มันจะเริ่มมีพลังเวทย์อยู่ในตัวและกลายเป็นปิศาจ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ จิ้งจอกภูตสายขาวและภูตจิ้งจอกสายดำภูตจิ้งจอกสายขาว เป็นการเรียกแบบกว้างๆของกลุ่มภูตจิ้งจอกที่มีความประพฤติดี ภูตจิ้งจอกรับใช้ของเทพเจ้า แต่ ในกลุ่มนี้ก็มีภูตจิ้งจอกที่แม้จะรับใช้เทพแต่แอบนิสัยแย่อยู่ด้วยก็มี ประมาณขี้แกล้ง รับสินบนส่วนตน แอบคล้ายคนนะเนี่ย ภูตจิ้งจอกสายดำ คือ ภูตจิ้งจอกที่ไม่มุ่งเน้นการบำเพ็ญตบะเพื่อให้กลายเป็นเซียนจิ้งจอกในแบบของ จีน แต่เน้นบำเพ็ญเพื่อให้ทำพลังวิญญาณสูงขึ้นโดยไม่เกี่ยงวิธี ตัวอย่างก็ นางพญาจิ้งจอก 9 หางที่แปลงร่างเป็นหญิงล่มเมืองก็จัดอยู่ในประเภทนี้แต่โหดกว่าดุร้ายกว่าเพราะทำอันตรายต่อมนุษย์ ปกติแล้วภูตจิ้งจอกมักจะมีเพียงแค่หางเดียว แต่ยิ่งเวลาผ่านไปนานขึ้นเท่าไหร่ พลังเวทย์ในตัวก็จะสูงขึ้น พออายุใกล้ครบ 1000 ปี ก็จะมีถึง 9 หาง โดยประมาณว่าแต่ละหางจะงอกออกมาทุก 50 – 100 ปี  ภูตจิ้งจอกแต่ละตัวจะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไปตามจำนวนหางและจำนวนปีที่มีชีวิตอยู่และยิ่งบำเพ็ญเพียรก็จะทำให้มีลำดับชั้นที่สูงขึ้นเดิม

            ( รูปเทพอินาริกับจิ้งจอกภูตรับใช้ )

    ลำดับขั้น ของการฝึกบำเพ็ญของเหล่าภูตจิ้งจอก
จิ้งจอกจะเริ่มบำเพ็ญตั้งแต่อายุ 50 ปี พอจิ้งจอกมีอายุ 50 ปี ก็จะออกเดินทางไปบำเพ็ญเพียรและศึกษาวิชา ที่ภูเขาหรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ พอมีอายุถึง 100 ปี ก็จะกลายเป็นจิ้งจอกที่มีพลังเวทย์มนต์สูงขึ้น ภูตจิ้งจอก อายุ 100 – 500 ปี ในขั้นนี้เราจะเรียกว่า “ภูตจิ้งจอก” นางต้าจีจิ้งจอกเก้าหางชื่อดังที่ล่มราชวงศ์โจวก็ยังอยู่ในขั้นนี้ ซึ่งภูตจิ้งจอกนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องมี  9 หาง ก็สามารถบำเพ็ญให้สูงขึ้นไปอีกระดับนึงได้ พอบำเพ็ญตบะไปถึงจุดนึงจนมี อายุ 500 – 900 ปีขึ้นไป ก็จะเรียกขานกันว่า เทพจิ้งจอก ซึ่งจะกลายเป็นผู้รับใช้เทพเจ้า และขนส่วนมากจะกลายเป็นสี ขาว จิ้งจอกที่บำเพ็ญมาได้ถึงระดับนี้แล้ว พลังเวทย์มนต์และพลังวิญญาณจะเพิ่มมากขึ้น หางที่มีก็ จะค่อยๆงอกเพิ่มขึ้น ต่อให้หางยังไม่ถึง 9 หางแต่พลังวิญญาณและพลังเวทย์อยู่ในระดับสูงเผลอๆสูงกว่าตัวที่มีเก้าหางแต่อยูในระดับภูตเสียอีก


จิ้งจอกสวรรค์ อายุ 1,000 ปีขึ้นไป ภูตจิ้งจอกที่บำเพ็ญมามากกว่า1000 ปี จะมีพลังเทพขั้นสูง มีตาทิพย์มองเห็นได้ไกลกว่า 1000 ลี้ และสามารถทำอะไรได้หลายๆอย่างที่ถูกมองว่าเหนือธรรมชาติ ส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ตามศาลเจ้า พออายุประมาณ 2000 ปี ก็จะออกจากศาลเจ้า เพราะเริ่มมีพลังที่จะทำอะไรได้อย่างอิสระ จิ้งจอกฟ้า อายุ 3,000 ปีขึ้นไป พอบำเพ็ญตบะมาถึงจุดนี้ก็มีพลังอำนาจเกินกว่าที่เราจะคาดคิดได้ สามารถแยกกายละเอียดของตัวเองออกมาผสมผสานไปกับ ธรรมชาติได้ ทำให้ร่างกายค่อยๆสลายไปเหลืออยู่แต่อณูวิญญาณ พอมาถึงขั้นนี้แล้วรูปลักษณ์ของ จิ้งจอกฟ้าจะไม่มีหางเหลืออยู่เลย ประมาณว่า สุดยอดมือกระบี่คือไม่มีกระบี่อยู่ในมือแต่อยู่ที่ใจสินะ สุดติ่งกระดิ่งจิ้งจอกมาก!

นอกจากญี่ปุ่นมาดูตำนานจิ้งจอกเก้าหางที่ของเกาหลีกันบ้าง เป็นเรื่องราวของภูตจิ้งจอกเก้าหางชื่อ “กูมิโฮ”  แปลงร่างเป็นสาวงาม เพื่อจะหลอกกินตับ เอ๊ย! กินหัวใจของมนุษย์ผู้ชายให้ครบ 100 คน แล้วจะได้กลายเป็นมนุษย์อย่างถาวร กูมิโฮกินหัวใจผู้ชายที่เป็นเหยื่อมาแล้ว 99 คน กระทั่งมาเจอคนสุดท้ายเป็นชายหนุ่มคนนึง แต่เจ้ากรรม กูมิโฮดันไปตกหลุมรัก ชายผู้นี้ จนไม่สามารถทำใจฆ่าและกินหัวใจของชายคนนี้ทำให้ไม่สามารถกลายเป็นมนุษย์อย่างถาวรได้ ซึ่งชาวเกาหลีได้ยกเรื่องนี้ให้เป็นดังตัวแทนของ “ความรักบริสุทธิ์” ที่แตกต่างออกไปจากตำนานจิ้งจอกเก้าหางของอินเดีย จีน และญี่ปุ่น

            ( รูปเครื่องรางรูปนางพญาจิ้งจอกเก้าหาง )

มาที่ บ้านเราแม้ไม่มีเรื่องราวตำนานปีศาจจิ้งจอกเก้าหางในตำนานผีของไทยไทย แต่คนไทยสายมูอ่ะนะ อะไรดีคนไทยก็ว่าดี เลยมีคนส่วนหนึ่งมีความเชื่อเรื่องการบูชานับถือจิ้งจอกเก้าหางมาหลายปีแล้ว โดยในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา มีกระแสนิยมสักยันต์รูปจิ้งจอกเก้าหางในบ้านเรากันไม่น้อย ย้ำว่าจิ้งจอกนะ ไม่ใช่ยันต์จิ้งจกสองหาง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนจะชอบกันมาก นอกจากนี้ก็ยังมีการสร้างวัตถุมงคลจิ้งจอกเก้าหางต่าง ๆ อาทิ เหรียญ ล็อกเก็ต ตะกรุด ยันต์ เทียน ฯลฯ โดยเชื่อกันว่า หากบูชานางพญาจิ้งจอกเก้าหางแล้ว มีผลในด้านเมตตามหา นิยม มีเสน่ห์แก่เพศตรงข้าม เป็นที่รักใคร่แก่ผู้พบเห็น รวมถึงช่วยเสริมในเรื่องโชคลาภค้าขายมีกำไร ก็ตามแต่จะคิดกันไป อันนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคลถ้าทำแล้วสบายใจไม่เดือดร้อนตัวเองหรือใคร จัดไปครับ


  

คราวหน้ามาลุ้นกัน ว่าจะนำเสนอองค์ไหนหรือตำนานอะไรครับ

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก สื่อโซเซี่ยล ครับ
ปล. หากมีวัด ศาสนถาน โรงเรียน โรงพยาบาล ฯลฯใดที่ต้องการประชาสัมพันธ์การขายวัตถุมงคลหรือบริจาคเพื่อการกุศลอย่างแท้จริง ทางคอลัม์พระบ้าน ยินดีประชาสัมพันธ์ให้ฟรีครับ  สนใจลงโฆษณาประชาสัมพันธ์ ติดต่อ 0818214442 ต้น

สุดท้ายก่อนจากกันขออนุญาตฝากข่าวประชาสัมพันธ์งานบุญ

กราบเรียนเชิญ…

ท่านผู้มีจิตศรัทธา ร่วมทำบุญทอดกฐินสามัคคี กับ สำนักข่าวไทยแทบลอยด์ และ ตระกูลสุขสมนึก  ณ.วัดโปร่งเก่า ต.โปร่งเก่า อ.หนองโดน จ.สระบุรี ในวันอาทิตย์ที่ 26 พ.ย.2566

โดยท่านสามารถ โอนเงิน เช้า บช.วัด โปร่งเก่า บัญชี”วัดโปร่งเก่า”
ธ.กรุงไทย เลขที่ 989-7-75709-0
(บันทึกว่าร่วมทอดกฐิน)

ขออนุโมทามิ สาธุ .. สาธุ…สาธุ…!!!

#สำนักข่าวไทยแทบลอยด์
#ตระกูลสุขสมนึก
#ชาติชายสุขสมนึก