หน้าแรกกระบวนการยุติธรรม‘อัจฉริยะ’ แจ้งความ เอาผิดนักกฎหมาย – ยูทูปเบอร์ กับพวกรวม 5 คน ช่วยเหลือ ‘ลุงพล’ หนีหมายจับคดีฆ่า ‘น้องชมพู่’...

‘อัจฉริยะ’ แจ้งความ เอาผิดนักกฎหมาย – ยูทูปเบอร์ กับพวกรวม 5 คน ช่วยเหลือ ‘ลุงพล’ หนีหมายจับคดีฆ่า ‘น้องชมพู่’ ชี้! วงจรปิดชัด วางแผนสับเปลี่ยนรถ

วันที่ 28 มิถุนายน 2564 นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่อ อาชญากรรมนำเอกสารหลักฐานเป็นภาพวงจรปิด เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน เพื่อให้ดำเนินคดีกับนักกฎหมายและพวกรวม 5 คน ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 189 ผู้ใด ช่วยผู้อื่น ซึ่งเป็นผู้กระทำ ความผิด หรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด อันมิใช่ความผิดลหุโทษ เพื่อไม่ให้ต้องโทษ โดยให้พำนักแก่ผู้นั้น โดยซ่อนเร้น หรือโดยช่วยผู้นั้นด้วยประการใด เพื่อไม่ให้ถูกจับกุม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ จากกรณีที่ศาลจังหวัดมุกดาหาร ได้ออกหมายจับ นายไชย์พล วิภา ผู้ต้องหาคดีการเสียชีวิตของน้องชมพู่ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2564 ก่อนที่ นายไชย์พล วิภา หรือ ‘ลุงพล’ จะเดินทางมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 2 มิถุนายน และถูกควบคุมตัวมาลงบันทึกการจับกุมที่ สน.ปทุมวัน ถือว่าเป็นการหนีหมายจับ โดยยืนยันว่า เมื่อนักกฎหมายรู้อยู่แล้วว่า ‘ลุงพล’ เป็นบุคคลตามหมายจับแต่ไม่แสดงความบริสุทธิ์ใจพาเข้ามอบตัวในพื้นที่ อีกทั้งยังมีการประกาศกับสื่อมวลชนว่า จะพาผู้ต้องหาเข้ามอบมาพบ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) หากทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เสื่อมเสีย ถือเป็นเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์

นายอัจฉริยะ กล่าวว่า มีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดว่า นักกฎหมายคนดังกล่าวได้ร่วมกับยูทูปเบอร์ 2 คน รวมถึง ‘ลุงพล’ กับ ‘ป้าแต๋น’ ภรรยา มีการวางแผนสับเปลี่ยนรถที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งก่อนจะเดินทางมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ถือว่ามีพฤติกรรมให้การช่วยเหลือแน่นอน ส่วนที่มาแจ้งความในช่วงนี้ปฏิเสธไม่ใช่ปัญหาขัดแย้งส่วนตัว แต่เนื่องจากได้รับมอบหมายจากมารดาของน้องชมพู่ ให้มาร้องทุกข์กล่าวโทษตนจึงเดินทางมา

ด้าน พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน (ผกก.สน.ปทุมวัน) ระบุว่า เบื้องต้นพบว่า การกระทำของกลุ่มนักกฎหมายและพวกที่ถูกกล่าวหามีพฤติกรรมเข้าข่ายความผิดตามมาตรากฎหมายอาญา 189 ซึ่งตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐานสรุปสำนวนส่งฟ้องศาลตามขั้นตอนของกฎหมาย ส่วนศาลจะพิจารณาตัดสินลงโทษอย่างไรเป็นดุลยพินิจของศาลต่อไป

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img