พบรถเตรียมชำแหละ-ดัดแปลงสภาพส่งขายต่อ และซากรถ รวมแล้วกว่า 100 คัน อู่ซ่อมรถ บ้านนา นครนายก มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท เตรียมขยายผล

วันที่ 18 มิถุนายน 2564 ตามที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร.ทำหน้าที่ผู้อำนวยการปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปจร.ตร.) ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 (รอง ผบช.ภ.6) ในฐานะผู้ช่วย ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผอ.ศปจร.ตร.) และหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการส่วนกลาง ชุดปฏิบัติการที่ 1, พ.ต.อ.ทิวา โสภาเจริญ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิจิตร (รอง ผบก.ภ.จว.พิจิตร.), พ.ต.อ.สุริเดช วรรณสุทธิ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด (รอง ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด), พ.ต.อ.ไกลเขต บุรีรักษ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสิงห์บุรี (รอง ผบก.ภ.จว.สิงห์บุรี), พ.ต.อ.นรวัตน์ คำภิโล  ผกก.2 บก.ปส.1, พ.ต.อ.อิทธิพล เนตรไธสง  ผกก.ฝอ.4  บก.อก.ภ.4 และ พ.ต.ต.ศราวุธ อยู่สบาย สว.กก.6 บก.ปคม. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ (ศปจร.ตร ชุดที่ 1) สืบสวนทราบว่า อู่เอ็มขายอะไหล่รถยนต์มือสอง มีรถยนต์จำนวนหลายคันทั้งติดแผ่นป้ายทะเบียน และไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน รวมถึงมีซากรถยนต์จำนวนมากจอดอยู่บริเวณรอบอู่ดังกล่าว และบริเวณบ้านเลขที่ 101 หมู่ 8 ตำบลพิกุลนอก อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก และมีข้อมูลน่าเชื่อว่า เป็นรถยนต์ที่ได้ใช้ในการกระทำความผิดหรือได้มาจากการกระทำความผิด

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนจนทราบว่า มี นายอรรถพันธ์ (สงวนนามสกุล) และนางอมรพัสส์ (สงวนนามสกุล) เป็นเจ้าของและผู้ดูแลกิจการ ต่อมาได้ตรวจสอบพบว่า นายอรรถพันธ์ มีการใช้สื่อสังคมออนไลน์ผ่าน FACEBOOK ใช้ชื่อ “อู่เอ็มขายอะไหล่รถยนต์มือสอง” โดยนายอมรพัสส์ มีการโพสต์ขายอะไหล่รถยนต์ และแจ้งรับทำเพลทรถยนต์ (รหัสตัวเลขประจำตัวถัง และเครื่องยนต์) ชนิดต่าง ๆ หลายชนิด น่าเชื่อว่า อู่ดังกล่าวได้มีการแยกชิ้นส่วนรถยนต์ผิดกฎหมาย และมีการสวมซากรถยนต์จริง จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอหมายค้นจากศาลอาญา หมายค้นที่ 467/2564 ลง 17 มิถุนายน 2564 เพื่อเข้าตรวจค้นสถานที่ดังกล่าว  

  

ผลการตรวจค้นเป้าหมายพบ นายอรรถพันธ์ หรือเอ็ม (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี แสดงตัวเป็นเจ้าของอู่ มีพฤติการณ์รับซื้อซากรถยนต์จำนวนหลายคัน เพื่อจะนำมาประกอบขึ้นเป็นคันใหม่แล้วนำมาขายเป็นรถยนต์สภาพดี และพบแผ่นป้ายตัวถังซึ่งสั่งทำทางไปรษณีย์พร้อมจัดส่ง นอกจากนั้นจากการตรวจรถยนต์ที่จอดบริเวณอู่ดังกล่าว และยังพบรถยนต์อีก 2 คันซึ่งมีเลขตัวถังตรงกันกับรถยนต์คันอื่น ๆ ถูกใช้งานอยู่ในพื้นที่อื่นอีก เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดทรัพย์สิน ประกอบด้วย (1.) รถยนต์ ของกลาง จำนวน 40 คัน, (2.) ซากรถยนต์ จำนวน 78 ซาก, (3.) เครื่องยนต์ รถยนต์ 45 เครื่อง, (4.) อะไหล่ชิ้นส่วนอื่น ๆ หลายร้อยรายการ ทั้ง 4  รายการ มูลค่ารวมกว่า 10 ล้านบาท  

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบที่มาและความถูกต้องของรถยนต์ในบริเวณดังกล่าว รวมทั้งจะได้ขยายผลพฤติกรรมการณ์ การกระทำผิดที่เกี่ยวข้องต่อไป หากพี่น้องประชาชนพบเบาะแสเกี่ยวกับผู้ที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการโจรกรรมรยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ หรือการลักลอบกระทำผิดดังกล่าว สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ ศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปจร.ตร.) หมายเลขโทรศัพท์ 1192 หรือ 191 รวมถึงทางสื่อสังคมออนไลน์ที่ https://www.facebook.com/police.lostcar/ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง