เด็ด “ทนายตั้ม” สะเทือนถึง “ลุงพล”

ในช่วงเดือนนี้ ชื่อที่ถูกสื่อพูดถึงมากที่สุดนอกจาก “ลุงตู่” กับ “เสี่ยหนู” และ “แม่น้ำหนึ่ง” แล้วก็คงไม่มีใครฮอตเท่า “ทนายตั้ม” ษิทรา เบี้ยบังเกิด!! หลังจากที่ลูกความคนดังอย่าง “ลุงพล” นายไชย์พล วิภา ถูกศาลจังหวัดมุกดาหาร ออกหมายจับ 3 ข้อหาในคดีที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของ น้องชมพู่ เมื่อกลางดึกวันที่ 1 มิ.ย. จากนั้น “ทนายตั้ม” ก็เดินเกมพา ผู้ต้องหาคนดังแวบจาก บ้านกกกอก มาโผล่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติในเช้าวันรุ่งขึ้น เพื่อจะให้มอบตัวกับ “บิ๊กปั๊ด” พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และพยายามจะร่วมแถลงข่าวด้วย แต่เจ้ากรมปทุมวันไม่หลงเหลี่ยม จึงไม่ยอมให้ร่วมซีน!!!

เท่านั้นยังไม่พอ “บิ๊กปั๊ด” ยังให้พนักงานสอบสวนนำตัวนายไชย์พลไปบันทึกการจับกุมที่ สน.ปทุมวัน ก่อนส่งตัวกลับไปดำเนินคดีที่มุกดาหาร ทนายคนดังจึงเดินเกมโต้กลับด้วยการพา “ลุงพล” ไปยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ประธานคณะกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 9 มิ.ย. ให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ ผบ.ตร.และตำรวจชุดจับกุม คราวนี้ได้แถลงข่าวสมใจแถมในรัฐสภาอันทรงเกียรติเสียด้วย!!!

อย่างไรก็ตามแม้จะได้ยึดพื้นที่ข่าวตามที่วาดหวังไว้ แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นใจ เพราะนอกจากสังคมส่วนใหญ่จะไม่เห็นด้วยที่ “ทนายตั้ม” จะมาอาศัยฝ่ายนิติบัญญัติไปก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรมแล้ว แม้แต่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรียังออกมาตำหนินายสิระกลางสภาที่ นำเอาผู้ต้องหามาแถลงข่าวในรัฐสภา!?!

เท่านั้นยังไม่พอ จะบังเอิญหรือตั้งใจก็ไม่อาจทราบได้ วันรุ่งขึ้นพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี ได้ สรุปสำนวนพร้อมความเห็นสั่งฟ้อง นายษิทรา ให้กับพนักงานอัยการจังหวัดมีนบุรี คดีที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สน.ศาลาแดง ซึ่งเป็นผู้เสียหาย ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี เมื่อเดือน พ.ค. 62 ว่า ถูกนำเอกสารบัตรข้าราชการตำรวจไปปลอมแปลงลายเซ็น เพื่อใช้ในการยื่นต่อศาลในการขอลดโทษ พ.ร.บ.ยาเสพติด มาตรา 100/2 ในคดี น.ส.อาเมเรีย จาคอป หรือเอมี่ อดีตนางเอกสาวชื่อดัง ตกเป็นจำเลย จนกระทั่งศาลจังหวัดมีนบุรีได้ออกหมายจับทนายตั้ม ฐาน นำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีอาญา ตามมาตรา 180 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยตำรวจบุกไปจับนายษิทราถึงสำนักงานทนายความของเจ้าตัวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 63 และได้รับการประกันตัวออกมาสู้คดี

เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด และจะว่าเป็นการเอาคืนของตำรวจก็พูดไม่ได้เต็มปากเพราะวันรุ่งขึ้น นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ออกมาให้ข่าวว่า หลังจากตรวจสำนวนแล้วอัยการเห็นว่า พฤติการณ์ที่มีการนำสืบพยานเป็นเท็จในคดีที่มีโทษประหารชีวิต  เข้าประมวลกฎหมายอาญามาตรา 181 จึงสั่งให้พนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี  ได้สอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหากับนายษิทรา เพิ่มเติม ตามมาตรา 181 ซึ่งเป็นข้อหาที่มีอัตราโทษที่สูงขึ้น!!!  พร้อมกันนี้  พนักงานอัยการคดีอาญามีนบุรี 1 ยังได้นัดให้ นายษิทรา หรือทนายตั้ม มาฟังคำสั่งทางคดี ในวันที่ 1 ก.ค. 64 นี้ ด้วย

สำหรับ “ทนายตั้ม” นั้นค่อนข้างจะ “เชี่ยวชาญ” ด้านคดียาเสพติดเป็นพิเศษ จึงได้รับความไว้วางใจจากลูกความให้ช่วยเหลือในคดีดังกล่าว แม้จะมีการโจมตีผ่านโลกโซเชียลอยู่บ้างในลักษณะว่าเขาหากินกับพ่อค้ายา บ้างก็ถึงกับตั้งฉายาให้ว่า “ทนายสายโจร” !?! แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ทนายย่อมมีหน้าที่แก้ต่างให้ผู้ต้องหาหรือจำเลย และตามกฎหมายแล้ว ตราบใดที่คดียังไม่ถึงที่สิ้นสุดก็ต้องถือว่าบุคคลนั้นยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ และบุคคลนั้นมีสิทธิ์ตามกฎหมายที่จะได้รับการปรึกษาและว่าความให้

แต่เมื่อ “ทนายตั้ม” ตกเป็นผู้ต้องหาเสียเอง และหลังจากวันที่ 1 ก.ค. หากอัยการสั่งฟ้องและส่งตัวให้ศาล เขาก็จะกลายสภาพเป็น “จำเลย” ในคดีอาญา ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการปฏิบัติหน้าที่ของเขา แม้ว่าเขายังเป็นผู้บริสุทธิ์ตามกฎหมาย แต่ย่อมจะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือที่ลูกความและสังคมมีต่อทนายชื่อดังคนนี้ไม่มากก็น้อย เพราะหากเทียบกันแล้ว ก็เหมือนกับ ตำรวจคนไหนที่ถูกเนินคดีในข้อหาปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157 แม้คดียังไม่ถึงที่สุดแต่สังคมก็เคลือบแคลงและระแวงเสียแล้ว ในฐานะที่เป็นผู้รักษากฎหมาย เป็นนักกฎหมาย แต่ดันกระทำผิดกฎหมายเสียเอง!!!

หากอัยการสั่งฟ้องจริง ก็อาจจะส่งผลให้คำครหาต่าง ๆ ในโลกโซเชียลมีน้ำหนักมากขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ขณะเดียวกันลูกความคนดังอย่าง “ลุงพล” อาจจะต้องเตรียมหาทนายใหม่เอาไว้แต่เนิ่น ๆ เพราะหากเกิดเหตุพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก บังเอิญศาลไม่ให้ประกันตัวชั่วคราว “ทนายตั้ม” อาจจะไม่สะดวกมาว่าความให้ หรือแม้จะได้ประกันตัวมาสู้คดี แต่เจ้าตัวคงต้องห่วงหน้าพะวงหลังเพราะนอกจากต้องช่วยดูแลคดีลุงพลแล้ว ยังต้องคอยแก้คดีที่ตัวเองตกเป็นจำเลยอีกด้วย เรียกได้ว่า เด็ดทนายตั้มสะเทือนถึงลุงพลเลยทีเดียว!!!