หน้าแรกทั่วไทยยกระดับท่องเที่ยวไทย! ดัน “Smart Tourism Safety” ติดตามกลุ่มนักท่องเที่ยวแบบเรียลไทม์ เพิ่มความปลอดภัย-สร้างความเชื่อมั่น

ยกระดับท่องเที่ยวไทย! ดัน “Smart Tourism Safety” ติดตามกลุ่มนักท่องเที่ยวแบบเรียลไทม์ เพิ่มความปลอดภัย-สร้างความเชื่อมั่น

ไทยเดินหน้าผลักดันการใช้เทคโนโลยีเพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว หลังทุกภาคส่วนร่วมระดมความเห็นพัฒนาระบบติดตามและเฝ้าระวังนักท่องเที่ยวแบบกลุ่ม ด้วยเทคโนโลยี IoT (Internet of Things) หวังลดความเสี่ยงจากการพลัดหลง อุบัติเหตุ และเหตุฉุกเฉิน พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่มาตรฐาน Smart Tourism Safety

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ที่โรงแรมนนทบุรีพาเลซ จังหวัดนนทบุรี สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ จัดเสวนาหัวข้อ “การพัฒนานวัตกรรมการติดตามและเฝ้าระวังความปลอดภัยการท่องเที่ยวแบบกลุ่ม ด้วยเทคโนโลยี IoT เพื่อรองรับการท่องเที่ยวสาธารณะยุคดิจิทัล” โดยมี พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง สมาชิกวุฒิสภา และรองประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา วุฒิสภา เป็นประธานเปิดงาน

การเสวนาครั้งนี้เปิดเวทีให้ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ นักวิจัย ผู้ประกอบการ มัคคุเทศก์ และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางพัฒนานวัตกรรมเพื่อยกระดับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะการเดินทางแบบหมู่คณะ เช่น กลุ่มนักเรียน นักศึกษา ผู้สูงอายุ นักท่องเที่ยวต่างชาติ และคณะทัศนศึกษา

พล.ต.ต.อังกูร กล่าวว่า การท่องเที่ยวไทยในยุคใหม่จะไม่สามารถแข่งขันได้ด้วยเพียงแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามหรือการบริการที่ดีเท่านั้น แต่ต้องสร้าง “ความปลอดภัย” และ “ความเชื่อมั่น” ให้เกิดขึ้นตลอดการเดินทาง เพราะปัจจุบันยังมีความเสี่ยงหลายด้าน ทั้งการพลัดหลง การสื่อสารล่าช้า อุบัติเหตุ และการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่ยังไม่เชื่อมโยงกันอย่างมีประสิทธิภาพ

ที่ประชุมได้เสนอแนวคิดการพัฒนาระบบติดตามและแจ้งเตือนความปลอดภัย เช่น อุปกรณ์ Tag สำหรับนักท่องเที่ยว ระบบติดตามตำแหน่งแบบ Real-time ปุ่ม SOS ขอความช่วยเหลือ ระบบแจ้งเตือนเมื่อออกนอกพื้นที่ที่กำหนด รวมถึง Dashboard สำหรับมัคคุเทศก์ ครู ผู้ปกครอง และผู้ดูแลกลุ่ม เพื่อให้สามารถติดตามสถานการณ์ได้ตลอดเวลา

แนวคิดสำคัญคือ เมื่อเกิดเหตุ ระบบจะสามารถระบุตำแหน่งผู้ประสบเหตุ ผู้ดูแลที่อยู่ใกล้ที่สุด และหน่วยงานที่ต้องเข้าช่วยเหลือได้ทันที เปลี่ยนการทำงานจากการแก้ปัญหาหลังเกิดเหตุ ไปสู่การป้องกันและเฝ้าระวังเชิงรุก

นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้ใช้เทคโนโลยี LoRa และ LoRaWAN เพื่อแก้ปัญหาพื้นที่สัญญาณโทรศัพท์ไม่ครอบคลุม พร้อมกำหนดมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย PDPA และเชื่อมโยงข้อมูลกับตำรวจท่องเที่ยว โรงพยาบาล หน่วยกู้ภัย และหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

พล.ต.ต.อังกูร กล่าวทิ้งท้ายว่า “เทคโนโลยีที่ดีที่สุด ไม่ใช่เทคโนโลยีที่ซับซ้อนที่สุด แต่คือเทคโนโลยีที่ช่วยให้ประชาชนปลอดภัย ช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานง่ายขึ้น และสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม”

การเสวนาครั้งนี้จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการผลักดันระบบ Smart Tourism Safety เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวของไทย ลดความเสี่ยง เพิ่มความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ และประชาชน พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่ ปลอดภัย ทันสมัย และน่าเชื่อถือในระดับสากล.

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img