หนุ่มส่งของเปิดใจถูกชายขับกระบะไล่ตาม ก่อนลงรถตบหน้า แม้พยายามยกมือไหว้ขอโทษ ขณะที่ฝ่ายก่อเหตุเข้าพบตำรวจ ยืนยันไม่ได้พกปืน อ้างสิ่งที่ถือในมือเป็นเพียงโทรศัพท์มือถือ ด้านตำรวจตรวจค้นรถยนต์ยี่ห้อฟอร์ดที่ใช้ก่อเหตุแล้ว ยังไม่พบอาวุธปืนตามที่ถูกกล่าวอ้าง
จากกรณีเพจ “เจ๊ม๊อย” เผยคลิปวงจรปิดเหตุการณ์พนักงานส่งของถูกชายหัวร้อนขับรถปาดหน้า ก่อนลงมาทำร้ายร่างกายด้วยการตบหน้า โดยมีลักษณะคล้ายพกอาวุธปืนติดตัว จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม
ล่าสุดวันนี้ (18 ส.ค. 69) ทีมข่าวเดินทางไปที่ สน.หัวหมาก พบ นายยุทธนา เทียมสม อายุ 26 ปี หรือ “บาส” ผู้เสียหาย ซึ่งพนักงานสอบสวนเรียกมาสอบปากคำเพิ่มเติม พร้อมนัดคู่กรณีเข้าพบตำรวจเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและพูดคุยไกล่เกลี่ย
นายยุทธนาเล่าว่า วันเกิดเหตุกำลังขับรถไปส่งของบริเวณหมู่บ้านนักกีฬา ย่านกรุงเทพกรีฑา โดยขับอยู่เลนขวา ส่วนคู่กรณีขับอยู่เลนซ้าย ก่อนรถคันหน้าจะเบรกเพื่อเลี้ยวเข้าซอย ทำให้ตนต้องเบรกกะทันหัน จากนั้นคู่กรณีขับแซงขึ้นไป ก่อนปาดหน้าและเบรกกะทันหันเช่นกัน
ตนจึงบีบแตร 2 ครั้ง และพยายามเบี่ยงซ้ายเพื่อแซงและกลับรถ แต่คู่กรณีไม่ยอมและขับเบี่ยงตาม ก่อนตะโกนให้จอด ตนจึงพยายามขับหนีเข้าไปในซอยกรุงเทพกรีฑาและซอยหัวหมาก 21 แต่คู่กรณียังขับไล่ตามและพยายามปาดหน้าให้หยุด
ช่วงหนึ่งตนเห็นคู่กรณีหยิบสิ่งของลักษณะคล้ายปืนออกมา จึงพยายามถอยรถหนี แต่ถูกขับมาปิดทางจนไปต่อไม่ได้ ตนจึงเปิดกระจกและบอกว่า “ผมไม่ได้ทำอะไรผิด ผมขอโทษ” พร้อมยกมือไหว้ แต่คู่กรณียังลงจากรถเข้ามาหา ก่อนใช้มือตบใบหน้า 2 ครั้ง และพยายามทิ่มตา จากนั้นจึงกลับขึ้นรถขับออกไป
ขณะที่ภาพจากกล้องหน้ารถและกล้องภายในรถของผู้เสียหาย สามารถบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้หลายช่วง โดยเห็นรถคู่กรณีขับแซง ก่อนเบรกกะทันหันบริเวณทางกลับรถใต้สะพาน และมีลักษณะคล้ายหยิบสิ่งของบางอย่างลงจากรถ ก่อนขับไล่ตามและพยายามปาดหน้ารถผู้เสียหายให้หยุด กระทั่งลงจากรถเข้ามาทำร้าย
ต่อมาในช่วงบ่าย นายตี๋ คู่กรณี เดินทางเข้าพบตำรวจชุดสืบสวนเพื่อให้ปากคำ พร้อมยินยอมให้ตำรวจตรวจค้นรถยนต์ยี่ห้อฟอร์ดคันที่ใช้ในวันเกิดเหตุ โดยตำรวจตรวจค้นแล้ว ยังไม่พบอาวุธปืนตามที่ถูกกล่าวอ้าง
นายตี๋ยืนยันว่า ตนไม่ได้พกอาวุธปืน และไม่เคยมีปืน โดยสิ่งที่ปรากฏในภาพว่าคล้ายกำลังหยิบปืนลงจากรถ แท้จริงเป็นเพียงโทรศัพท์มือถือ พร้อมยอมรับว่าตนใช้มือตบหน้าผู้เสียหายจริง และทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ หลังมองว่าผู้เสียหายขับรถเบรกกะทันหันจนเกือบเกิดอุบัติเหตุ
หลังทั้งสองฝ่ายพบกัน นายตี๋ได้ยกมือไหว้ขอโทษผู้เสียหาย และยอมรับว่าตนเองผิด พร้อมยืนยันว่าอยากให้เรื่องจบลงด้วยดี
อย่างไรก็ตาม นายยุทธนา ผู้เสียหาย ยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด โดยเฉพาะประเด็นสิ่งของที่เห็นในภาพและมีลักษณะคล้ายอาวุธปืน แม้คู่กรณีจะเข้ามาขอโทษแล้วก็ตาม พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าต่อจนกว่าข้อเท็จจริงเรื่องสิ่งที่ถืออยู่ในมือจะได้รับการพิสูจน์อย่างชัดเจน และหากเป็นอาวุธปืนจริง ก็ต้องการให้ผู้ก่อเหตุยอมรับข้อเท็จจริงและรับผิดตามกฎหมาย
ด้านนายตี๋ยังคงยืนยันว่า สิ่งดังกล่าวเป็นเพียงโทรศัพท์มือถือ ไม่ใช่อาวุธปืน ขณะที่การตรวจค้นรถฟอร์ดในเบื้องต้นยังไม่พบปืนดังกล่าว

