ผบช.ภ.2 สั่งล่าด่วน! แก๊งปืนบุกบ้านหนองปรือมัดเหยื่อบังคับโอนคริปโต 27.5 ล้าน กวาดทรัพย์รวม 37 ล้าน

ชลบุรี – คนร้าย 3 คนปิดบังใบหน้า บุกบ้านกลางดึก ใช้ปืนข่มขู่-ทำร้ายเจ้าของบ้าน ก่อนใส่กุญแจมือ มัดเหยื่อกับพนักงานทำความสะอาด บังคับโอนคริปโต USDT มูลค่า 27.5 ล้านบาท พร้อมกวาดเงินสด นาฬิกา Rolex และโทรศัพท์มือถือ รวมความเสียหายเบื้องต้นกว่า 37 ล้านบาท ด้าน ผบช.ภ.2 ลงพื้นที่ประชุมทีมสืบสวน สั่งระดมกำลังแกะรอยวงจรปิด ไล่เส้นทางหลบหนี ล่าตัวคนร้ายดำเนินคดีโดยเร็ว

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 เวลา 15.30 น. ที่ สภ.หนองปรือ จ.ชลบุรี พล.ต.ท.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชาตรี สุขศิริ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี และ พล.ต.ต.เกียรติศักดิ์ สระทองออย ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 รวมทั้งรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 ผู้กำกับการ สภ.หนองปรือ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้า

คดีคนร้ายบุกบ้านพักในพื้นที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรีคดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 03.30 น. วันเดียวกัน โดยเบื้องต้นพบว่ามีคนร้ายประมาณ 3 คน ปิดบังใบหน้า บุกเข้าไปภายในบ้านพัก ก่อนใช้อาวุธปืนข่มขู่และทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย จากนั้นใช้กุญแจมือและเชือกมัดผู้เสียหาย รวมถึงพนักงานทำความสะอาด เพื่อควบคุมตัวไม่ให้ขัดขืน

จากนั้นกลุ่มคนร้ายพยายามบังคับให้ผู้เสียหายโอนเงินสกุลดิจิทัล USDT จำนวน 820,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 27.5 ล้านบาทนอกจากเงินคริปโตเคอร์เรนซีแล้ว คนร้ายยังได้ทรัพย์สินอื่นไปอีกหลายรายการ ทั้งเงินสด นาฬิกาหรูยี่ห้อ Rolex จำนวน 3 เรือน และโทรศัพท์มือถืออีก 3 เครื่อง ก่อนพากันหลบหนีออกจากพื้นที่ เบื้องต้นประเมินมูลค่าความเสียหายจากเหตุการณ์ครั้งนี้ รวมประมาณ 37 ล้านบาท

ภายหลังรับรายงาน พล.ต.ท.วสันต์จึงเดินทางมาประชุมติดตามคดีด้วยตนเอง พร้อมกำชับชุดสืบสวนและพนักงานสอบสวนให้เร่งรวบรวมพยานหลักฐานทุกด้าน โดยเฉพาะภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณบ้านที่เกิดเหตุและตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้หลบหนี รวมถึงตรวจสอบข้อมูลและพยานแวดล้อมที่อาจเชื่อมโยงไปถึงตัวผู้ก่อเหตุ

พร้อมกันนี้ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ยังสั่งให้บูรณาการกำลังจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เร่งแกะรอยเส้นทางการหลบหนีและติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนร้าย เพื่อพิสูจน์ทราบตัวบุคคลและติดตามจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด

ขณะเดียวกัน ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบพยานหลักฐานอย่างละเอียด เพื่อคลี่คลายปมการก่อเหตุว่า กลุ่มคนร้ายเลือกเป้าหมายและทราบข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้เสียหายได้อย่างไร รวมถึงตรวจสอบว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุหรือไม่

เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งสืบสวนติดตามตัวผู้ก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง โดยคดีนี้ถือเป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่มีมูลค่าความเสียหายสูง และตำรวจภูธรภาค 2 ได้ระดมชุดสืบสวนเร่งคลี่คลายคดีอย่างเต็มกำลัง