ยี่ห้อ พรรคการเมือง ไร้มนต์ขลัง ในการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. 2564  ?

ประชาชนไม่ได้เลือกตั้งผู้ว่า กทม. กันนานถึง 8 ปีเต็มๆ แล้ว หลังการเลือกตั้ง “ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร” (กทม.) เกิดขึ้นครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2556 ยุคนั้นเป็นการ เปิดศึก 2 ขั้วชัดเจนระหว่างค่ายเพื่อไทย (พรรครัฐบาล ณ ขณะนั้น) ได้ส่ง “บิ๊กสีกากี” ที่ประชาชนรู้จักดีจาก “โครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ” พล.ต.อ.พงศพัศ พงศ์เจริญ ท้าชิงกับ ฟากฝั่งพรรคประชาธิปัตย์ (ที่มีสถานะเป็นฝ่ายค้าน และเป็นเจ้าของพื้นที่เก่าที่ครองมายาวนานตั้งแต่ ผู้ว่า อภิรักษ์ โกษะโยธิน มาจนถึง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร) การต่อสู้ในครั้งนั้นล้วนดุเดือด ด้วยผลคะแนนที่ทั้งสอง ทำ “สถิติใหม่” ของการเลือกตั้ง “ผู้ว่าฯ กทม.” ได้คะแนน “ทะลุล้าน” ทั้งคู่

เรื่องที่อยากจะชวนมองและ ครุ่นคิด ต่อ เพื่อที่จะสามารถสะท้อนภาพ ประกอบการวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันได้ นั่นคือ สถิติตัวเลขที่น่าสนใจ การเลือกพ่อเมืองหลวงในปี 2556 คนกรุงออกมาใช้สิทธิสูงถึง 2,715,640 คน (ร้อยละ 63.98) จากผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 4,244,465 คน ถือว่าเป็นการแห่มาหย่อนบัตรเลือก “ผู้ว่าฯ เมืองหลวง” ถล่มทลายมากที่สุด ผลคะแนนเสียงที่คนกรุง เทให้ “สุขุมพันธุ์” จำนวน 1,256,349 เสียง เป็นการทุบสถิติที่ “สมัคร สุนทรเวช” 1,016,096 เสียงคนกรุงซึ่งเคยได้รับการเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. เมื่อปี 2543

ขณะเดียวกันผลการเลือกตั้งครั้งนั้น ยังชี้ให้เห็นว่า “คนกรุง” 1,077,899 เสียง เทคะแนนแน่นๆ เลือก “พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ” ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ที่มุ่งนโยบายหาเสียง พร้อมทำงานร่วมกับ “รัฐบาล” อย่าง “ไร้รอยต่อ” ชูเรื่องค่ารถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย และนโยบายด้านอื่นๆ ไม่ได้ใช้น้ำลายให้ร้ายใคร

ที่สำคัญอีกประการ ตัวเลขที่น่าสนใจ คือ คะแนน “ผู้สมัครอิสระ” ณ ขณะนั้น  ทุกคน ได้คะแนนรวมกันเพียง 296,642 เสียงเท่านั้น

ย้อนไปก่อนการเลือกตั้ง “ผู้ว่าฯ กทม.” 2556 จะอุบัติขึ้น “สุขุมพันธุ์” บอบช้ำจากการ บริหาร “กทม.” มาตลอด 4 ปี เพราะถูกกระแสการเมืองและประชาชนจำนวนไม่น้อย รุม “ทัวร์ลง” และ “ดิสเครดิต” ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 ที่มีวาทกรรมมากมายตอกย้ำภาพความขัดแย้งชัดของ กทม.-รัฐบาล และ ยังมีกรณี “อุโมค์ยักษ์”  “กล้องซีซีทีวีดัมมี่” ล้วนเป็นภาพที่ “จำฝังใจ” ของคนกรุงฯ แต่อย่างที่ใครๆ ก็ทราบดีว่า “ชัยชนะ” ของ ปชป. ครานั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีแรงส่งมาจากวาทกรรม “ไม่เลือกเราเขามาแน่”

การฉายภาพหลอนคนกรุง ด้วยการใส่ข้อมูลความวุ่นวายทางการเมืองในปี 2553 หลอนคนกรุงเทพฯ “วาทกรรม” จึงนำความสำเร็จมาให้ จนแทบไม่มีใคร “จำได้” ว่า “นโยบายของพรรคค่ายสีฟ้า” ใช้หาเสียงคืออะไรในปีนั้น

แต่ถึงกระนั้น แม้สุขุมพันธุ์จะกรำศึก อยู่ในตำแหน่งได้ในระยะใหญ่ๆ หลังการรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ปี 2557 พ่อเมืองหลวง ยังคงอยู่ในตำแหน่ง จนกระทั่ง พ.ศ.2559 “ด้วยอำนาจพิเศษ” ของ หัวหน้า คสช. ที่ใช้ ม.44 ลงดาบ ขับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ พ้นไปและแต่งตั้งให้ รอง อัศวิน ขวัญเมือง ขึ้นมามีอำนาจแทน จวบจนมาถึงปีนี้ พ.ศ.2564 ปีที่หลายคนคาดคะเนว่าจะได้เลือก “พ่อเมืองหลวง” มีหลายคนเริ่มเปิดตัว เสนอตัวกันอยากเข้ามานั่งทำงานศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร อย่างที่ทราบกันคือ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” อดีตแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ที่ได้ประกาศไว้ว่าจะลงในนาม “อิสระ” เช่นเดียวกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ที่ประกาศชัดตั้งแต่ห้วงใกล้ๆเกษียณอายุราชการว่าสนใจมาลงสนามนี้ กระทั่งผู้ว่าคนปัจจุบัน และบรรดาพรรคการเมืองจะส่งใครหารคะแนนตัดกันเองหรือไม่