ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการ นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินกิจการแก่พรรคการเมืองว่า วันนี้พรรคภูมิใจไทยมาเพื่อรับฟัง การชี้แจงของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ที่เชื่อว่าจะคลายข้อสงสัยได้หลายเรื่อง ซึงในฐานะพรรคการเมือง มีหน้าที่ทําตามกฎหมายอยู่แล้ว โดยหลายเรืองที่พรรคการเมืองอื่นๆ ตั้งข้อสังเกตเช่น เรื่องสมาชิกพรรค การชําระเงิน การสมัครสมาชิกออนไลน์

นายศุภชัย กล่าวต่อว่า หลายพรรคก็มีปัญหา รวมทั้งการตีความกรณีวันที่ 1-30 เม.ย. ที่ให้แสดงความจํานงเป็น สมาชิกพรรค และชําระค่าบํารุง ถ้าไม่แสดงความจํานงในเวลาดังกล่าว ไม่ต้องชําระพรรคหรืออย่างไร อย่างไรก็ตาม วันนี้มีพรรคการเมืองพร้อมลงสมัครเลือกตั้ง หากนายกรัฐมนตรีเห็นบรรยากาศแบบนี้ก็คงอยากให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว โดยในวันที่ 1 เม.ย. – 30 เม.ย. พรรคภูมิใจไทยจะเปิดให้สมาชิกพรรคมาสมัคร ในช่วงวันเวลาดังกล่าว

ทั้งนี้มองว่า บรรยากาศที่พรรคการเมืองมาร่วมการประชุมวันนี้ ถือว่าแต่ละพรรคมีความพร้อมที่จะเข้าสู่การเลือกตั้งแล้ว ซึ่งในส่วนของพรรคภูมิใจไทยที่กำลังก้าวสู่ปีที่ 10 จะมีการทำบุญพรรคในวันที่ 1 เม.ย.นี้ ซึ่งในนามพรรคยังเชื่อมั่นว่า จะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศไว้ เพราะเชื่อมั่นในการแสดงเจตนารมณ์ชัดเจนที่จะเดินหน้าประเทศไปสู่การเลือกตั้ง และเชื่อว่าทุกฝ่ายจะช่วยกันไปสู่การเลือกตั้งตามโรดแมพที่วางไว้

“พรรคภูมิใจไทยมีความพร้อมที่จะเข้าสู่สนามเลือกตั้ง และยืนยันจะเสนอ นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งต่อไป โดยไม่มีแนวคิดจะเสนอนายกรัฐมนตรีคนนอก อย่างเช่น พล.อ.ประยุทธ์ แต่อย่างใด และเชื่อว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าจะไม่มีพรรคการเมืองใดได้คะแนนเกินกึ่งหนึ่ง และคงเห็นบรรยากาศจะรวมกลุ่มพรรคการเมืองเพื่อจัดตั้งรัฐบาล” นายศุภชัย กล่าว

นายศุภชัย กล่าวเพิ่มว่า ในการเสนอนายกฯคนในหรือคนนอกนั้น รัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้แล้ว จึงฝากให้ทุกฝ่ายร่วมด้วยช่วยกันในการสร้างบ้านเมืองและทำให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้ด้วยการกลับสู่การเลือกตั้งต่อไป ในเรื่องของการส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความร่างพ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ก็เป็นเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญ และสภานิติบัญญัติ(สนช.) ต้องช่วยกันบริหารเวลา ให้เป็นไปตามโรดแมปที่วางไว้ อย่างไรก็ตามไม่ใช่เรื่องของพรรคการเมืองที่ จะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ เป็นอํานาจของนายกฯ แต่ไม่ต้องให้พรรคการเมืองไปทําสัตยาบัน เพราะไม่เกี่ยวกัน