นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการชุมนุมในวันนี้ว่า มั่นใจว่าการชุมนุมในวันนี้จะไม่เกิดเหตุการณ์ปะทะซึ่งกันและกัน เพราะทุกภาคส่วนยึดมั่นในระบอบแนวทางประชาธิปไตย สำหรับความเห็นต่างนั้นเกิดขึ้นได้บนพื้นฐานที่ทุกคนเป็นคนไทย และเป็นเรื่องปกติ จึงไม่คิดว่าจะมีอะไรที่รุนแรง ขอย้ำว่ารัฐบาลจะไม่ยอมให้เกิดการปะทะระหว่างกลุ่มมวลชน เพราะจะดูแลในเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของทุกกลุ่มอย่างเต็มที่

ทั้งนี้ในทำเนียบรัฐบาลมีวอร์รูมที่คอยเกาะติดสถานการณ์ที่เป็นปกติอยู่แล้ว เพราะต้องดูแลความสงบเรียบร้อย ภาครัฐจะต้องดูแลไม่ให้เกิดสิ่งที่เกินเลยไปจากกรอบที่กฎหมายกำหนด และ ณ เวลานี้ยังคงมั่นใจ 100% ว่าจะไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น เพราะสังคมไทยเป็นสังคมแห่งความอะลุ่มอล่วย และขอฝากไปยังบางภาคส่วนว่าอย่าย่ำยีกันเกินไป สังคมจะได้เดินไปได้ ประชาธิปไตยจะได้เบ่งบาน ขอให้พูดคุยและหาทางออกร่วมกัน และสุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจ ไม่ใช่ประชาชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งจะตัดสินใจแทนประชาชน และหากผู้ชุมนุมเคลื่อนไหวมายังทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นข้อเรียกร้อง ทางรัฐบาลจะมีตัวแทนออกมารับหนังสืออยู่แล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าได้มอบหมายให้ใครทำหน้าที่นี้ ซึ่งตนเองก็พร้อมที่จะเป็นตัวแทน และนายกรัฐมนตรีเองก็ได้กำชับว่าไม่อยากให้เกิดความรุนแรง เพราะเป็นห่วงประชาชนทุกกลุ่ม

ส่วนความกังวลว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะเข้าไปยึดทำเนียบรัฐบาลเหมือนในอดีต หรือไม่นั้น ตนไม่กังวล เพราะเชื่อว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะคิดได้ และรู้ว่าสิ่งใดควรไม่ควร

นายอนุชา ยังกล่าวถึงข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมจะได้รับการตอบรับขนาดไหนว่า ในฐานะที่ตนเองเป็น ส.ส. สิ่งที่เรียกร้อง สภาได้นำเข้ามาหารือ เพื่อเป็นการแก้ปัญหาในการเรียกร้องของกลุ่มนักศึกษา แต่เหนืออื่นใดสิ่งที่เรียกร้องจะประสบความสำเร็จหรือไม่ ต้องอยู่ที่การพูดคุยตกลงกัน ให้สภาเป็นเครื่องตัดสิน เพื่อความเรียบร้อยของสังคม ไม่เช่นนั้นวันข้างหน้าก็จะไม่จบสิ้น จะเป็นวังวนเดิมๆ ในการเคลื่อนไหวบนท้องถนน

หากร่างทั้ง 6 ญัตติถูกตีตก รัฐบาลจะเสนอร่างเข้าไปใหม่หรือไม่ ขออย่าพึ่งคาดการณ์ว่าจะตกหรือไม่ตก อยากให้เป็นกระบวนการที่มีการพูดคุย และหารือกันในรัฐสภา จะตอบโจทย์ปัญหาของแผ่นดินได้ดีที่สุด จะเกิดอะไรขึ้นก็ขอให้เกิดในสภา และประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน

ส่วนความคาดหวังว่าจะให้ญัตติผ่านหรือไม่ ก็คาดหวังในสิ่งที่จะสามารถแก้ปัญหาให้กับประชาชนได้ และเป็นทางออกของประเทศชาติ เพื่อประโยชน์ของประชาชนได้อย่างแท้จริง