นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีสั่งการให้มีการจัดการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 3/2563 และตรวจราชการ ระหว่างวันที่ 2-3 พฤศจิกายน 2563

โดยประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 จังหวัดภูเก็ต และตรวจราชการ จังหวัดสุราษฎร์ธานีและจังหวัดภูเก็ต โดยมีประเด็นตรวจราชการที่สำคัญ คือ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และกระตุ้นเศรษฐกิจในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ ได้แก่ อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดภูเก็ต รวมถึงลงพื้นที่เพื่อศึกษาเตรียมความพร้อมรองรับนโยบายเปิดรับนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ (Special Tourist Visa: STV) และรูปแบบการท่องเที่ยวแบบพำนักระยะยาว (Long Stay)

การตรวจราชการในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ซึ่งประกอบด้วยจังหวัดกระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต ระนอง และสตูล โดยมุ่งเน้นประเด็นการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวที่มีมาตรฐานและคุณภาพระดับโลก การเพิ่มมูลค่าภาคการผลิตเกษตร ประมง และปศุสัตว์ ให้มีมาตรฐานความปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และความต้องการของท้องถิ่น

มอบรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีลงพื้นที่ บริเวณจังหวัดหรืออำเภอโดยรอบกลุ่มจังหวัดหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน เพื่อติดตามการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลและสร้างการรับรู้ความเข้าใจกับประชาชน รวมถึงประมวลประเด็นปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะจากประชาชนในพื้นที่ โดยมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน เป็นประธานในการประชุมเตรียมการกลั่นกรองวาระการประชุมฯ ของกลุ่มจังหวัด และรวบรวมข้อมูลจากส่วนราชการเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีในที่ประชุม ครม.ครั้งนี้

การติดตามสถานการณ์และมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจรองรับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยมีเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 และนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานกรรมการขับเคลื่อนมาตรการบริหารเศรษฐกิจ ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของโรคโควิด-19 ร่วมเดินทางเพื่อติดตามสถานการณ์ในครั้งนี้ด้วย

นางสาวรัชดา กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อให้การลงพื้นที่ของคณะรัฐมนตรีในครั้งนี้ มีส่วนในการกระตุ้นเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรีจึงได้สั่งการให้รัฐมนตรีกระจายการจองโรงแรมที่พักไปหลายๆ แห่ง

นางสาวรัชดา เผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า ครม.เห็นชอบให้ประเทศไทย เข้าร่วมมหกรรมพืชสวนโลก 2022 (EXPO 2022 Floriade Almere) โดยให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง วงเงินงบประมาณสำหรับดำเนินการรวมทั้งสิ้น 187.64 ล้านบาท

ซึ่งงานนี้เป็นโอกาสสำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยได้ประชาสัมพันธ์สินค้าพืชสวน สินค้าเกษตร และผลิตภัณฑ์ สินค้าเพื่อสุขภาพของไทย รวมถึงสร้างเครือข่ายด้านการค้าในเวทีนานาชาติและส่งเสริมการสร้างภาพลักษณ์ของไทยในด้านศิลปวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ตลอดจนเป็นการสร้าง ความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับเนเธอร์แลนด์

สำหรับระยะเวลาดำเนินการเข้าร่วมมหกรรมพืชสวนโลก 2022 ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเริ่มเตรียมความพร้อมก่อนเปิดงานตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 – เมษายน 2565 และมีระยะเวลาจัดนิทรรศการ ตั้งแต่ 14 เมษายน 2565 – 9 ตุลาคม 2565 รวมระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่การเตรียมการจนเสร็จสิ้นการส่งมอบพื้นที่คืน รวม 3 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 – 2566 โดยใช้งบประมาณรวมทั้งสิ้น 187.64 ล้านบาท