เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วยผบ.ตร.ในฐานะคณะกรรมการตรวจสอบเท็จจริง กรณีอัยการสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา กล่าวถึงความคืบหน้าของสำนวนคดี ว่า หลังอัยการมีคำสั่งฟ้องนายวรยุทธ ในข้อหาขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และข้อหาเสพยาเสพติดประเภทที่ 2 คือ โคเคน เมื่อวันที่ 23 ก.ย. จากนั้นพนักงานอัยการได้แจ้งคำสั่งฟ้องมายังพนักงานสอบสวนสน.ทองหล่อ ตามขั้นตอน หลังพนักงานสอบสวนรับทราบคำสั่งฟ้อง ได้ทำหนังสือมายังกองการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 25 ก.ย. จากนั้นจึงมีการดำเนินการขอหมายแดงไปยังตำรวจสากล ประเทศฝรั่งเศษ โดยขณะนี้ตำรวจสากลได้ดำเนินการออกหมายแดง ของตำรวจสากลเรียบร้อยแล้ว ตามหมายแดงเลขที่ A-8289/9-2020 ลงวันที่ 30 ก.ย. ทั้งนี้จะได้ประสานเอกอัครราชทูตไทยทั่วโลก ผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจไทย และเครือข่ายความร่วมมือตำรวจทั่วโลก เพื่อสืบหาถิ่นที่อยู่ของนายวรยุทธ แล้วจะได้ดำเนินการนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนกรณีที่มีการตรวจสอบไปยังระบบยังไม่พบหมายแดงดังกล่าว เนื่องจากเป็นระบบของตำรวจสากล ซึ่งอาจจะอยู่ระหว่างการดำเนินการ แต่ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้หมายแดงเรียบร้อยแล้ว

พล.ต.ท.จารุวัฒน์ กล่าวต่อว่า สำหรับความคืบหน้าในการดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จ กรณีข้อเกี่ยวข้องของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลักคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตรวจพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจบางส่วนบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ ถึง 20 ราย ทางคณะกรรมการได้ส่งรายชื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเหล่านั้นไปยังกองวินัย และทางกองวินัยได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ในกรณีบกพร่อง พร้อมแจ้งคำสั่งไปยังผู้ถูกกล่าวหา เพื่อให้เข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริง ภายใน 15 วัน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการแจ้ง โดยคณะกรรมการชุดของกองวินัย มีการประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 ก.ย. ซึ่งขณะนี้ผู้ถูกกล่าวหายังชี้แจงเข้ามาไม่ครบ สำหรับกรณีการตรวจสอบข้อเท็จริง ของนายวิชา มหาคุณ เราได้รับหนังสือผลสรุปข้อบกพร่องของเจ้าหน้าที่ ในหลายๆส่วน เมื่อวันที่ 22 ก.ย. เป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 5,800 กว่าหน้า ซึ่งทางผบ.ตร.ได้สั่งการให้กองวินัย ตั้งคณะกรรมการตตรวจสอบรับเอกสาร โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการทำให้เป็นเอกสารสิ่งพิมพ์ จากนั้นจะได้นำเสนอให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งมี พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร รองผบ.ตร. ทำหน้าที่เป็นประธานกรรมการ