วันที่ 14 สิงหาคม 2569 พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป.สั่งการ พ.ต.อ.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ต.รชา มากมณี สว.กก.2 บก.ป.สนธิกำลังร่วมกับตำรวจ ตม.จว.ชลบุรี จับกุม นายจางฯ สัญชาติจีน อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของสาธารณรัฐประชาชนจีนฐาน “ฉ้อโกงและฟอกเงิน” และความผิดในราชอาณาจักรไทย ฐาน “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยการอนุญาตสิ้นสุด” ได้ที่คอนโดมีเนียมแห่งหนึ่งในพื้นที่เมืองพัทยา ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ร่วมกับศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย (ศปชก.ตร.) และศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ได้แกะรอยสืบสวนติดตามตัว นายจาง ซึ่งเป็นผู้บงการระดับหัวหน้า ทำหน้าที่ว่าจ้าง สั่งการ และจัดสรรให้เครือข่ายนำบัตรเอทีเอ็มและบัญชีธนาคารไปตระเวนกดเงินสดรวมถึงโอนย้ายเงินที่ได้จากการฉ้อโกง เพื่อตัดตอนเส้นทางการเงินและหลีกเลี่ยงการจับกุมของเจ้าหน้าที่
จากการสืบสวนพบว่า ช่วงปี 2566–2567 นายจาง ได้เดินทางเข้ามาพบปะกับผู้ร่วมขบวนการในประเทศไทย เพื่อใช้ผืนแผ่นดินไทยเป็นฐานปฏิบัติการสั่งการแก๊งสแกมเมอร์ โดยมีพฤติกรรมให้ลูกทีมสลับเปลี่ยนหมุนเวียนใช้บัญชีธนาคารส่วนตัวของคนในเครือข่ายมารับโอนเงินที่ตุ๋นมาได้ ก่อนสั่งการให้ลูกน้องอีกทอดตระเวนกดเงินสดออกมาชุดใหญ่เพื่อฟอกเงิน พบยอดเงินหมุนเวียนความเสียหายรวมกว่า 1.8 ล้านหยวน หรือเป็นเงินไทยกว่า 8.8 ล้านบาท
ต่อมา เมื่อนายจางรู้ตัวว่าตนเองกำลังจะถูกทางการจีนออกหมายจับและไม่สามารถอยู่ในประเทศบ้านเกิดได้อีกต่อไป จึงชิงหลบหนีออกนอกประเทศผ่านทางประเทศญี่ปุ่น ก่อนจะแอบลักลอบเดินทางเข้ามาหลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม 2568 กระทั่งชุดสืบสวน กก.2 บก.ป. ทราบเบาะแสว่า นายจางกบดานซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่เมืองพัทยา จึงประสานกำลังร่วมกับ ตม.จว.ชลบุรี วางแผนเข้าจับกุมตัวไว้ได้คาคอนโดมิเนียมดังกล่าว
สอบสวนผู้ต้องหาให้ การรับสารภาพว่าใช้ประเทศไทยเป็นฐานปฏิบัติการฟอกเงินจากแก๊งสแกมเมอร์จริง และหนีหมายจับซุกตัวอยู่ในไทยหลังถูกทางการจีนไล่ล่า เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อดำเนินการผลักดันส่งตัวกลับไปดำเนินคดีตามกฎหมายที่ประเทศจีนต่อไป

