เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 29 กันยายน 2569 ได้ลงพื้นที่บริเวณซอยต้นมะพร้าว (ซอยคานเรือน) ตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี พบว่าบ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาเริ่มได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น โดยทางเจ้าหน้าที่เทศบาลนครปากเกร็ด ได้เร่งวางแนวกระสอบทรายและเตรียมความพร้อมในการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างเร่งด่วน

ว่าที่ร้อยตรี ภาณุพงศ์ บรรดาศักดิ์ หรือ “เอ บรรดาศักดิ์” สมาชิกสภาเทศบาล (สท.) นครปากเกร็ด พร้อมด้วย นายโพธิ์พันธ์ พุ่มพวง สมาชิกสภาเทศบาล (สท.) นครปากเกร็ด ได้ร่วมลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อย พร้อมให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า เทศบาลนครปากเกร็ดได้ดำเนินการนำเครื่องสูบน้ำแบบไฟฟ้า ขนาด 12 นิ้ว จำนวน 2 ตัว มาติดตั้งบริเวณซอยต้นมะพร้าว ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งจุดนี้เป็นชุมชนดั้งเดิม และมีบ้านเรือนประชาชนอยู่อย่างหนาแน่น
ทั้งนี้ นายวิชัย บรรดาศักดิ์ นายกเทศมนตรีนครปากเกร็ด พร้อมคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล และเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ทั้งงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และสำนักการช่าง ได้ร่วมประชุมประเมินสถานการณ์มวลน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาและระดับน้ำหนุนล่วงหน้า โดยมีการเตรียมความพร้อมครอบคลุมแนวคันกั้นน้ำความยาวกว่า 9.7 กิโลเมตร ตั้งแต่คลองบ้านใหม่ (วัดโพธิ์ทองบน) ไปจนถึงบริเวณกรมชลประทาน

สำหรับจุดที่เป็นพื้นที่ฟันหลอ จุดที่คันดินเข้าไม่ถึง หน้าวัด หรือจุดรับน้ำโดยตรง เจ้าหน้าที่ได้เร่งตีกั้นคันดิน อุดจุดน้ำรั่วซึม และวางแนวกระสอบทรายเสริมความแข็งแรงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ยืนยันว่าเทศบาลนครปากเกร็ดมีความพร้อมในการป้องกันและรับมือน้ำท่วมเต็ม 100% เนื่องจากคณะผู้บริหารและสมาชิกสภาเทศบาล (สท.) ในพื้นที่ มีความเข้าใจในทิศทางน้ำและภูมิศาสตร์ของท้องถิ่นเป็นอย่างดี
นอกจากนี้ ระดับน้ำล่าสุด ณ เวลา 20.45 น. อยู่ที่ประมาณ 2.30 เมตร ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับมหาอุทกภัยปี 2554 ที่ระดับน้ำสูงถึง 3.80 เมตร ถือว่าระดับน้ำในปัจจุบันยังห่างไกลจากปี 54 พอสมควร จึงขอให้พี่ประชาชนในพื้นที่ทั้ง 5 ตำบลของเทศบาลนครปากเกร็ด มั่นใจในมาตรการป้องกันและอย่าตื่นตระหนก พร้อมขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงการขึ้นไปเดินบนแนวคันดินหรือคันกระสอบทรายที่เจ้าหน้าที่จัดเรียงไว้ เพื่อป้องกันความเสียหายของแนวป้องกันน้ำ

ขณะเดียวกัน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกประกาศแจ้งเตือนการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยาที่จะปรับเพิ่มขึ้นเป็น 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้นอีกราว 0.20 – 0.30 เมตร โดยแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่นอกคันกั้นน้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำ ให้เร่งยกของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายยานพาหนะ และอพยพกลุ่มเปราะบางเพื่อความปลอดภัย หากต้องการความช่วยเหลือสามารถแจ้งผู้นำชุมชน กำนัน หรือผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ได้ทันที

