นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ (15ก.ย.) ว่า ที่ประชุมรับทราบหลักเกณฑ์การใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 รับหลังเกิดเหตุการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จนทำให้รัฐบาลต้องมีการปรับแผนงบประมาณรายจ่ายให้สอดคล้องรองรับการใช้จ่ายรองรับผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้การจัดทำงบในปี 2564 เกิดความล่าช้าออกไป 1-2 สัปดาห์ ทำให้การประกาศใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ไม่ทันประกาศในวันที่ 1 ตุลาคม 2563 โดยตามกฎหมายรัฐสามารถใช้งบปี 2563 ไปพลางก่อน เพื่อให้มีความต่อเนื่องและไม่ให้เกิดความเสียหายต่อการบริหารราชการแผ่นดิน

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังอนุมัติให้กระทรวงคมนาคมก่อหนี้ผูกผันข้ามปี วงเงิน 68 ล้านบาท เพื่อสำรวจและจัดทำยุทธศาสตร์ระบบการขนส่งภาคใต้ของประเทศไทย ตามโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ ในการเชื่อมโยงระบบขนส่งคมนาคมเข้าด้วยกันทั้งหมด คาดลงนามทำสัญญาได้ในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยมีระยะเวลาในการศึกษาและสำรวจเป็นระยะเวลา 30 เดือน และจะสิ้นสุดลงในเดือนพฤษภาคม 2566

พร้อมกันนี้ คณะรัฐมนตรีได้มีมติรับทราบหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ไปพลางก่อน เนื่องจากรัฐบาลมีการปรับปรุงงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 เพื่อรองรับสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติทำให้กระบวนการจัดทำงบประมาณล่าช้าไปอีกประมาณ 1-2 สัปดาห์ ซึ่งคาดว่าพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 จะประกาศใช้บังคับไม่ทันในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2563 ซึ่งเป็นวันเริ่มต้นปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 141 บัญญัติให้ใช้กฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายในงบประมาณปีก่อนนั้นไปพลางก่อนประกอบกับพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 มาตรา 21 บัญญัติให้ใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณที่ล่วงแล้วไปพลางก่อนได้ โดยอนุมัติมีสาระสำคัญของหลักเกณฑ์และเงื่อนไข คือให้สำนักงบประมาณมีอำนาจจัดสรรงบประมาณให้หน่วยงานรับงบประมาณได้ไม่เกิน 1 ใน 4 ของแผนงานต่าง ๆ รายการงบกลาง และงบประมาณรายจ่ายสำหรับทุนหมุนเวียนที่กำหนดไว้ตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 กรณีมีความจำเป็นต้องจัดสรรงบประมาณเกินกว่าหรือนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ ให้สำนักงบประมาณมีอำนาจจัดสรรงบประมาณได้ตามความจำเป็น แต่ไม่เกินวงเงินงบประมาณแต่ละแผนงานรายการตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำงบประมาณ พศ. 2563 เฉพาะกรณีรายจ่ายตามข้อผูกพันสัญญา คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล, ต้องดำเนินการตามข้อตกลงที่รัฐบาลทำไว้กับรัฐบาลต่างประเทศ สถาบันการเงินระหว่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศและมีความจำเป็นเร่งด่วนซึ่งหากไม่ดำเนินการจะเสียหายต่อการบริหารราชการแผ่นดิน และให้หน่วยงานรับงบประมาณจ่ายเงินหรือก่อหนี้ผูกพันได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 เมื่อได้รับอนุมัติเงินจัดสรรจากสำนักงบประมาณแล้ว ให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ซึ่งต้องหักออกเมื่อพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ประกาศใช้บังคับแล้ว

ทั้งนี้ การใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ไปพลางก่อนนั้นเป็นการดำเนินการเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ประกอบกับที่ผ่านมาได้มีแนวทางปฏิบัติในการใช้หลักเกณฑ์ดังกล่าว คือปีงบประมาณ 2557 ใช้งบประมาณ 2556 ไปพลางก่อน ไม่เกินกึ่งหนึ่ง (ใช้ทำแผน 6 เดือน) และฝๆปีงบประมาณ 2563 ใช้งบประมาณ 2562 ไปพลางก่อน ไม่เกินกึ่งหนึ่ง (ใช้จริง 5 เดือน)