พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในมาตรการลดอำนาจสมาชิกวุฒิสภาและการเลือกนายกรัฐมนตรี ว่า ส่วนตัวไม่มีข้อขัดข้อง ซึ่งทางพรรคร่วมรัฐบาล และพรรคฝ่ายค้าน ได้มีการหารือกันเพื่อจัดตั้งคณะกรรมการศึกษาวิธีการและแนวทางการแก้ไขแล้ว

ทั้งนี้รัฐบาลก็ได้ติดตามในเรื่องนี้อยู่แล้ว ซึ่งหากจำเป็นต้องทำประชามติก็ต้องทำ โดยต้องหางบประมาณดำเนินการ ซึ่งเชื่อว่าทุกคนทราบดี ว่ากำลังประสบปัญหาเรื่องการใช้งบประมาณ และหวังว่าทุกอย่างจะผ่านไปด้วยความเรียบร้อย

 

 

นายกฯห่วงม็อบขออย่ากดดันในเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าว ส่วนตัวเป็นห่วงการชุมนุม เพราะวันนี้มีหลายอย่างถูกเผยแพร่อยู่ตามโซเชียลมีเดีย ทุกคนควรจะต้องตรวจสอบก่อนเผยแพร่ หรือขยายความ เพราะมีผู้ไม่หวังดีต้องการใช้ช่องทางนี้ในการปลุกระดม ปลุกปั่นขึ้นมา ซึ่งจะส่งผลกระทบกับบ้านเมือง และไม่ได้ห่วงว่าตนเองนั่นจะอยู่หรือไป แต่ห่วงว่ารัฐบาลจะอยู่ตรงไหน แล้วปัญหาต่างๆ รวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญใครจะเป็นคนทำ เพราะฉะนั้นอย่ากดดันในเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ซึ่งเชื่อว่าประชาชนและสังคมส่วนใหญ่ทราบดี จึงขอแสดงความห่วงกังวล ” ท่านก็รักลูกของท่าน ส่วนผมก็รักลูกของผม แต่ก็ต้องรักลูกของท่านไปด้วย เพราะเป็นนายกรัฐมนตรี นี่คือสิ่งที่ตนต้องรับผิดชอบ นั่นคือสิ่งที่ตนต้องดูแล ขอให้ทุกคนประคับประคองสถาการณ์ตอนนี้ให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ”

ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือรัฐบาลกำลังส่งเสริมการจ้างงาน 260,000 คน สำหรับผู้ตกงานและไม่มีงานทำจะดูแลเป็นพิเศษ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม เป็นเรื่องที่รัฐบาลดูแลอยู่ล่วงหน้าแล้ว ดังนั้นขอถามว่าเกิดเหตุวุ่นวายรัฐบาลรัฐบสไม่สามารถบริหารงานหรืองบประมาณได้ จะเกิดอะไรขึ้น คนอีก 10 กว่าล้านคนจะเสียประโยชน์ ใครจะรับผิดชอบ

ซึ่งนายกรัฐมนตรี ยังปฏิเสธการตอบคำถามถึงกระแสข่าวว่าจะผ่อนปรนให้ผู้ชุมนุมใช้พื้นที่สนามหลวง เมื่อวันที่ 19-20 กันยายนนี้ และเดินออกจากห้องแถลงข่าวทันที

นายกฯ ห่วงม็อบ 19 ก.ย. ลั่นดูแลเหมือนลูกหลาน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีการนัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 19 กันยายนนี้ ยืนยันว่า รัฐบาลและฝ่ายความมั่นคง หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าและใช้ความรุนแรง รวมไปถึงการป้องกันมือที่ 3 และ 4 เข้ามาสร้างสถานการณ์ ซึ่งเป็นคำถามที่สื่อมวลชนรู้คำตอบอยู่แล้ว ดังนั้นรัฐบาลยืนยันถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก และทำให้การบริหารราชการในช่วงนี้ผ่านไปได้ด้วยดี ทำให้บ้านเมืองสงบสุข รัฐบาลมีเสถียรภาพ จึงขอร้องทุกฝ่ายทั้งแกนนำและผู้ชุมนุม เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายช่วยกัยสอดส่องดูแลลูกหลานให้ปลอดภัย อย่าให้ตกเป็นเครื่องมือของใคร ถ้าเป็นการชุมนุมโดยบริสุทธิ์ตนไม่มีปัญหากับใครทั้งสิ้น แต่จะบริสุทธิ์หรือไม่ต้องไปสืบหากันอีกที ซึ่งตอนนี้ยังมีข้อมูลอยู่บ้าง

ส่วนกรณีการเผยแพร่เอกสารฉบับหนึ่งถูกแชร์ออกมมาเป็นเอกสารของกองทัพภาคที่ 1 มีเนื้อหาสั่งให้เตรียมกำลังพลเพื่อเบิกอาวุธรับมือม็อบ 19 กันยายน นั้น นายกรัฐมนตรี ระบุว่า หน่วยงานต้นสังกัดได้ชี้แจงไปแล้วว่าเป็นเอกสารปลอม ซึ่งทุกวันนี้การเจริญเติบโตทางเทคโนโลยีสามารถปลอมแปลงได้ทุกอย่าง ทั้งเสียงคำพูด และลอกเลียนแบบลายเซนต์ ดังนั้นทุกคนจะต้องมีภูมิคุ้มกันตรวจสอบก่อนแชร์ ไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาในภายหลัง ซึ่งตนไม่อยากเข้าไปวุ่นวายในเรื่องเหล่านี้ แต่ยืนยันว่าตนจะดูแลลูกหลานให้ดีที่สุด ทั้งมาตรการตรวจค้นอาวุธ และคัดกรองโควิด-19 เพราะลูกหลานของท่านก็เหมือนลูกหลานของเราเหมือนกัน

 

นายกฯโต้รัฐบาลถังแตก เร่งจ่ายเบี้ยยังชีพให้ทัน 22 ก.ย.

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและคนพิการว่าได้มีการชี้แจงไปหลายครั้งแล้วส่วนที่มีหลายคนนำมาเชื่อมโยงกัน และบอกว่าเงินไม่มี ไม่พอจ่ายนั้น ยืนยันว่า ไม่ใช่ซึ่งเป็นเพราะระบบการจ่ายเงินทางทะเบียนและเรื่องต่างๆซึ่งก็จะเร่งรัดดำเนินการให้ได้โดยเร็วที่สุดที่จากเดิมคือ 22 กันยายนนี้ ก็จะพยายามดำเนินการให้ทันกำหนดเวลา

ขณะที่การออกวีซ่าให้นักท่องเที่ยวต่างชาติแบบใหม่ หรือ Special tourist Visa นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีการหารือกันในเรื่องนี้แต่ขอให้รอความชัดเจนจากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 หรือ ศบค. อีกครั้ง เนื่องจากจะต้องมีการรับฟังความคิดเห็นพร้อมยืนยันว่าสิ่งสำคัญคือจำเป็นต้องมี State quarantine ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวแบบสุขภาพหรืออยู่ยาว ต้องอยู่ในพื้นที่ที่กำหนด เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดสู่คนข้างนอก ทั้งนี้ขอให้ทุกคนช่วยกันประชาสัมพันธ์เพื่อให้เกิดความไว้วางใจซึ่งกันและกันซึ่งระบบสาธารณสุขของไทยถือว่าดีที่สุดในโลกและเป็นอันดับต้นๆของโลกจึงขอให้มั่นใจในตรงนี้ซึ่งมีเพียงอย่างเดียวคือเรื่องของความร่วมมือ ในการตรวจสอบ การติดตาม การคัดแยก และการคัดกรอง ซึ่งสิ่งสำคัญคือการ์ดอย่าตก เมื่อรัฐบาลมีการผ่อนคลายแล้ว หากไม่ปฏิบัติตาม ก็ขออย่ามาโทษรัฐบาล

ส่วนการกำหนดวันหยุดเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นเพียงแนวทางเท่านั้น แต่จะทำได้หรือไม่ ก็ต้องรอเวลา อย่าเพิ่งไปลือกันมากมาย หากมีวันหยุดพิเศษขึ้นมา ก็จะมีการประกาศล่วงหน้าอยู่แล้ว เพื่อจะได้มีแผนการท่องเที่ยว จึงขอให้ไปดู