เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 21 กรกฎาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ พานายณัชฐพงษ์ มูฮำหมัด นายเจษฎา อุปนิ และ น.ส.ศจี วงค์อำไพ หรือชลายนเดชะ พิธีกรข่าวรายการ “สนามข่าว 7 สี” เข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กรณีถูกแจ้งความดำเนินคดีหลังนำเสนอข่าว เตือนภัยประชาชน อย่าหลงเชื่อผู้แอบอ้างขายบัตรคอนเสิร์ต ของ “ชมรมเพื่อนช่วยเพื่อนตำรวจแห่งชาติ” โดยมี พ.ต.ท.ชัยเดช ใจวงศ์เป็ง รอง ผกก.ฝ่ายตรวจสอบงานบุคคล 2 (ตป.) ในฐานะเวรอำนวยการเป็นผู้รับเรื่องไว้ เสนอผู้บังคับบัญชาตามขั้นตอนต่อไป

นายอนันต์ชัย กล่าวว่า จากกรณีเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2563 เวลาประมาณ 08.00 น. ในรายการ สนามข่าว 7 สี พิธีกรทั้งสี่ได้นำเสนอข่าวประกาศของกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7(บช.ภ.7) แจ้งเตือนประชาชน และผู้ประกอบการว่า อย่าหลงเชื่อผู้แอบอ้างขายบัตรคอนเสิร์ต ของ “ชมรมเพื่อนช่วยเพื่อนตำรวจแห่งชาติ” บช.น. และ บช.ภ.7 ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับชมรมดังกล่าวแต่อย่างใด นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวช่อง 7 เอชดี ที่ จ.เชียงราย ยังให้ข้อมูลหลักฐานจาก พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. ซึ่งข่าวดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทางรายการสนามข่าว 7 สี จึงรายงานข่าวเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้แก่หน่วยงานราชการเพื่อความเข้าใจอันดีที่ถูกต้องต่อประชาชน และผู้ประกอบการโดยทั่วไป อันเป็นหน้าที่ประการหนึ่งของสื่อมวลชน

นอกจากนี้การนำเสนอข่าวดังกล่าวไม่ได้กล่าวหาเอ่ยชื่อ หรือเจาะจงว่าบุคคล หรือกลุ่มบุคคลใดเป็นผู้หลอกลวง แต่ปรากฏว่าเมื่อข่าวได้นำเสนอเผยแพร่ออกไป กลับถูกประธานชมรมเพื่อนช่วยเพื่อนตำรวจแห่งชาติฟ้องร้องดำเนินคดีข้อหา หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ที่ สภ.หาดเจ้าสำราญ

นายอนันต์ชัย กล่าวอีกว่า ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2563 ประธานชมรมเพื่อนช่วยเพื่อนตำรวจแห่งชาติ ได้ไปแจ้งความดำเนินคดี ข้อหา “หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา” กับพิธีกรทั้ง 4 ที่ สภ.หาดเจ้าสำราญ จ.เพชรบุรี ซึ่งต่อมาทางพนักงานสอบสวนจะออกหมายเรียกผู้ประกาศข่าวทั้ง 4 ให้มารับทราบข้อกล่าวหาในฐานะผู้ต้องหา โดยที่ยังไม่มีการรวบรวมพยานหลักฐานใดๆ เพื่อพิสูจน์ว่าผู้ถูกกล่าวหาเข้าข่ายความผิดหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาหรือไม่ จึงอยากให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรวจสอบการปฎิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวน สภ.หาดเจ้าสำราญ เจ้าของคดี ที่ออกหมายเรียกผู้กล่าวหาเป็นผู้ต้องหา โดยยังไม่มีการสอบสวนรวบรวมพยานแต่อย่างใด และอยากให้ตรวจสอบชมรมเพื่อนช่วยเพื่อนตำรวจแห่งชาติว่ามีเจตนาบริสุทธิ์หรือไม่ การจำหน่ายบัตรคอนเสิร์ตมีการทำอย่างถูกต้อง และเสียภาษีตามกฎหมายหรือไม่

ในฐานะที่พิธีกรทั้ง4 เป็นผู้ถูกกล่าวหา จึงอยากให้พนักงานสอบสวนไปสอบ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. บช.น. และ บช.ภ.7 และผู้สื่อข่าวช่อง 7 จ.เชียงราย ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ไม่ใช่ดำเนินการออกหมายเรียกเลย ทั้งนี้พิธีกรทั้ง 4 คน นำเสนอข่าวจากหน่วยราชการ แต่กลับถูกดำเนินคดี

ด้านนายณัชฐพงศ์ หนึ่งในผู้ถูกกล่าวหา เปิดเผยว่า จะนำเสนอข้อเท็จจริงต่อไป แต่อยากให้คดีนี้เป็นคดีตัวอย่างเพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง โดยจะต่อสู้คดีนี้จนถึงที่สุด เพราะมั่นใจในความบริสุทธิ์ใจการทำหน้าที่สื่อมวลชน