น.พ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลจะบริหารเงินกู้จำนวน 1.9 ล้านล้านบาท เพื่อนำมาใช้ในการฟื้นฟูประเทศ และเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ว่า การกู้เงินฉบับนี้ ขัดกับกฎหมายการเงินการคลัง แม้จะอ้างถึงความจำเป็นเร่งด่วน แต่ในกฎหมายบังคับให้ต้องใส่รายละเอียดการใช้เงิน มีระยะเวลาที่ชัดเจน เพราะรัฐบาลวางกรอบการกู้เงินสิ้นสุดเดือนกันยายน 2564 ไม่มีความจำเป็นต้องกู้สามารถที่จะใส่การใช้งบประมาณนี้ในกรอบงบประมาณ ปี 2564 ได้ ดังนั้นการกู้เงินของรัฐบาล อาจจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ทั้งนี้ รัฐบาลจะมีการตั้งคณะกรรมการบริหารเงินกู้ จำนวน 10 คน เป็นอำนาจของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แบ่งเป็นข้าราชการประจำ 5 คน ที่เหลือเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ อีกทั้งคณะทำงานที่ตั้งขึ้นมา ไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด เป็นการใช้อำนาจตามอำเภอใจของ พล.อ.ประยุทธ์

ดังนั้นพรรคร่วมฝ่ายค้านจึงมีความกังวลว่าการใช้เงินกู้จะมีความโปร่งใสหรือไม่ เพราะหากมีความผิดพลาดไม่สามารถเอาผิดได้ น่าเป็นห่วงว่าการใช้เงินกู้จำนวน 400,000 ล้านบาท ของรัฐบาลจะเป็นการใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมืองมากกว่า เพราะรัฐบาลใช้ช่องโหว่ของกฎหมาย เอาเงินกู้ไปหาเสียงล่วงหน้า และที่หนักกว่านั้นคือ การใช้งบประมาณของรัฐบาลนี้ ตรวจสอบได้ยากมาก

ดังนั้นการที่ฝ่ายค้านเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อตรวจสอบการใช้เงินของรัฐบาล จึงมีความจำเป็น ที่ผ่านมารัฐบาลกลัวการตรวจสอบ หากรัฐบาลมั่นใจว่าโปร่งใสในการใช้เงินกู้ รัฐบาลต้องยอมรับการตรวจสอบจาก ผู้แทนประชาชน หากไม่ยอมให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ ชี้ชัดว่ามีการเตรียมการใช้เงินกู้ เพื่อภารกิจทางการเมืองของฝ่ายรัฐบาล