ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงแนวคิดจะต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และยังคงใช้มาตรการแช่แข็งประเทศหรือปิดเมืองต่อไป ว่าไม่เห็นด้วย การปิดเมืองเสมือนการผลักให้เศรษฐกิจตกเหว ซึ่งความลึกก้นเหวขึ้นอยู่กับระยะเวลาและความรุนแรงของการปิดเมือง ทั้งนี้สามารถแบ่งการตกเหวและแนวทางการรับมือ แบ่งเป็น 3 ระยะ ระยะที่ 1 “ตกเหว” หรือระยะปัจจุบัน เป็นภาวะที่ธุรกิจเล็กใหญ่ รวมถึงแรงงานได้รับแรงกระแทกจากการหยุดผลิต หยุดจ้างงานในวงกว้าง ระยะที่ 2 “ก้นเหว” หรือจุดต่ำสุด ตราบใดที่ยังปิดเมืองอยู่ ก็ยังไม่ถึงก้นเหว “ยิ่งปิดนาน ก้นเหวยิ่งลึก” ธุรกิจและแรงงานในธุรกิจ ก็จะหล่นจากที่สูงแรงขึ้น ก็จะตายเกลื่อนมากขึ้น และการฟื้นตัวจะยิ่งยากเป็นทวีคูณ ระยะที่ 3 “ปีนขึ้นจากเหว” หรือระยะฟื้นตัว
เรื่องของกำลังซื้อ จะต้องเข้ามามีบทบาทสำคัญในช่วงนี้ มาตรการต่างๆ จะต้องเป็นในเชิงกระตุ้นเศรษฐกิจ กระตุ้นกำลังซื้อ ให้คนมาจับจ่ายใช้สอยและท่องเที่ยว

จะเห็นว่า หัวใจมันอยู่ที่ “ความลึกของเหว” และมาตรการที่รองรับระหว่างการตกเหว หากเหวลึกมาก ปิดเมืองนาน มาตรการต่างๆไม่มีทางรับไหว ซึ่งตรงนี้อันตรายจึงอยากเรียกร้องต่อรัฐบาลว่า “อย่าทำก้นเหวให้ลึกเกิน ด้วยการแช่แข็งประเทศไปเรื่อยๆ เกินความจำเป็นเลย”