นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล แสดงความคิดเห็นกรณีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายให้ตั้งกองบัญชาการตำรวจไซเบอร์ เพื่อดูแลอาชญากรรมทางเทคโนโลยีให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยพล.อ.ประวิตร ชี้ว่าปัจจุบันมีปัญหาการใช้สื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่เนื้อหาที่ไม่เหมาะสม จึงมีการเสนอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดตั้งหน่วยงานนี้ขึ้นมาดูแลข่าวปลอม (Fake News) ทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และย้ำว่าต้องมีการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อผู้ที่กระทำความผิดอย่างจริงจังและเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนก

โดยนายชัยธวัช กล่าวว่า เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำลังฉวยโอกาสแอบอ้างวิกฤตโควิด-19 เพื่อปิดกั้นสิทธิเสรีภาพในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนกับการแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ตรวจสอบรัฐบาลรวมถึงผู้มีอำนาจ ซึ่งที่ผ่านมาเราก็ได้เห็นปัญหาการใช้ พ.ร.บ. ว่าด้วยการ

กระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ไปดำเนินคดีกับผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลหรือผู้ที่ออกมาเปิดโปงความไม่โปร่งใสของคนในรัฐบาล เช่น เจ้าของเพจ “แหม่มโพธิ์ดำ” หรือดำเนินคดีกับเจ้าของบัญชีทวิตเตอร์ “นิรนาม” ซึ่งเป็นการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง นอกจากนี้ยังมีการใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เช่น ไปดำเนินคดีกับผู้ที่มีเจตนาดีนำอาหารไปบริจาคให้แก่ประชาชนที่กำลังอดอยาก ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการเยียวยาที่ไม่ทันการณ์ของรัฐบาล ดำเนินคดีกับคนไร้บ้านซึ่งพวกเขาไม่มีบ้านให้อยู่ระหว่างเคอร์ฟิว หรือขู่จะดำเนินคดีกับประชาชนที่รวมตัวกันเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาของพวกเขา

ทั้งนี้ นายชัยธวัช กล่าวว่า พรรคก้าวไกลยืนยันอีกครั้ง ว่า รัฐบาลไม่ควรฉวยโอกาสใช้กฎหมายความมั่นคงปิดปาก ปิดหูและปิดตาประชาชน เพราะเสียงของประชาชนสำคัญที่สุด ซึ่งส่งผลกระทบรุนแรงต่อคนทั้งชาติ และความมั่นคงของประชาชนอยู่เหนือกว่าความมั่นคง สิ่งที่รัฐบาลควรทำไม่ใช่การอ้างเรื่อง “ข่าวปลอม” แต่ควรเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนให้ตรงจุด ทั่วถึง และทันที พร้อมกับปรับปรุงการสื่อสารของผู้นำรัฐบาลให้มีประสิทธิภาพเพื่อประชาชนเข้าใจได้ง่าย และชัดเจนเชื่อถือได้จะดีกว่า