นายนิยม ช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการมาตรการจ่ายเงินเยียวยาภาคเกษตรของรัฐบาล ว่า เชื่อว่าการบริหารจัดการเกี่ยวกับการเยียวยาภาคเกษตรจะไม่มีประสิทธิภาพและล่าช้า ดูเหมือนไม่มีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือภาคเกษตรอย่างจริงจัง ให้ความช่วยเหลือแบบขอไปที ไม่กระตือรือร้นและตั้งใจช่วยอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ การให้ความช่วยเหลือเกษตรกรของรัฐบาลช้ามาก ต่างจากการช่วยเหลือภาคเอกชนที่รัฐบาลทำการอย่างรวดเร็ว มีการกู้เงินเพื่อมาเยียวยาภาคเอกชนขนาดใหญ่ แต่กับเกษตรกร มีเงื่อนไขมากมายหากไม่ทำก็ไม่มีสิทธิรับเงินเยียวยา ชี้ให้เห็นว่ารัฐมองเกษตรกรเป็นพลเมืองชั้น 2 ของประเทศ

“มาตรการการเยียวยาภาคเกษตรของรัฐ เป็นมาตรการที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แต่อย่างใด ครอบครัวละ 15,000 บาท แบ่งจ่าย 3 เดือนเดือนละ 5,000 บาท สุดท้ายจะเป็นเบี้ยหัวแตกเพราะการเยียวยาเช่นนี้เกษตรกรไม่สามารถที่จะต่อยอดได้ รัฐควรให้เป็นเงินก้อนและดูความจำเป็นในการใช้เงินของเกษตรกร นอกจากนี้รัฐต้องไม่มั่วข้อมูลกับการเยียวยาประชาชน” นายนิยม กล่าว