นายสุทธิชัย จูประเสริฐพร รองผู้ว่าการบริหาร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า ตามที่เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระดำริให้วัดจัดตั้ง โรงทานช่วยเหลือผู้ประสบความยากลำบากในสถานการณ์โรคระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) กฟผ. เล็งเห็นถึงความสำคัญและมีความพร้อมในการสนับสนุน จึงร่วมกับเจ้าคณะอำเภอบางกรวยตั้งโรงทานข้าวกล้องไข่เจียวขึ้น ภายในวัด 11 แห่ง ในพื้นที่อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ได้แก่ วัดเชิงกระบือ วัดชลอ วัดสักใหญ่ วัดบางอ้อยช้าง วัดหูช้าง วัดโคนอนมหาสวัสดิ์ วัดศรีประวัติ วัดใหม่ผดุงเขต วัดโตนด วัดโพธิ์เผือก และวัดซองพลู ซึ่งอยู่ใกล้พื้นที่สำนักงานกลาง กฟผ. ขึ้น เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจและความเดือดร้อนจากสถานการณ์การระบาดของ COVID-19

 

นอกจากนั้น เพื่อร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน จึงได้คัดเลือกผู้ปรุงอาหารจากร้านอาหารภายในชุมชนที่ผ่านการตรวจสุขภาพเบื้องต้นของผู้ปรุงอาหารว่าไม่มีอาการป่วย และขณะปรุงอาหารต้องสวมหมวกคลุมผม ผ่ากันเปื้อน สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา รวมถึงล้างมือด้วยสบู่ครั้งละอย่างน้อย 20 วินาทีทุก 2 ชั่วโมง ซึ่งอาหารเมื่อปรุงสุกเรียบร้อยจะแพ็คใส่กล่องเพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากสิ่งต่าง ๆ และจะมีการตรวจสอบมาตรฐาน ทั้งผู้ปรุงอาหารและอาหารทุกวันเพื่อความมั่นใจของผู้บริโภค

 

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 7 – 30 เมษายน 2563 กฟผ. จะดำเนินการส่งมอบข้าวกล้องไข่เจียว พร้อมน้ำดื่ม “น้ำใจ” กฟผ. จำนวนวัดละ 300 ชุดทุกวัน รวมจำนวนทั้งสิ้น 78,900 ชุด ให้กับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน หรือผู้ประสานงานที่ได้รับมอบหมายจากนายอำเภอหรือนายกเทศบาลเมืองบางกรวย นำไปแจกจ่ายให้กับลูกบ้าน เพื่อลดการมารวมตัวกันของประชาชนในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง

 

นอกจากนี้ กฟผ. ยังจะส่งมอบข้าวกล้องไข่เจียว พร้อมน้ำดื่ม “น้ำใจ” กฟผ. ให้แก่โรงพยาบาลรัฐบาล 8 แห่ง เพื่อสนับสนุนด้านอาหารให้แก่บุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลรัฐบาลในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ตลอดระยะเวลาดังกล่าว รวมจำนวนทั้งสิ้นกว่า 18,000 ชุด