นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า การออกมาตรการเยียวยาและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในการรับมือกับวิกฤตโควิด-19 เวลานี้ เชื่อว่าจะสามารถพยุงเศรษฐกิจของประเทศไว้ได้ แต่จะไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจของประเทศปรับฟื้นตัวดีขึ้น เนื่องจากประเทศสูญเสียเม็ดเงินจาก การส่งออกในภาพรวม เนื่องจากยังไม่สามารถส่งออกไปยังประเทศจีนสหภาพยุโรปรวมถึงสหรัฐอเมริกาได้

รวมถึงการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ในช่วงไตรมาสแรก หายไปกว่า 4 ล้านคน และในช่วงไตรมาสที่ 2 คาดว่านักท่องเที่ยวจะหายไปอีก 9 ล้านคน รวมในช่วงครึ่งปีแรก 12-13 ล้านคน เม็ดเงินจากการท่องเที่ยวจะหายไปกว่า 6 แสนล้านบาทเป็นอย่างน้อย และเมื่อรวมกับการท่องเที่ยวในประเทศ กำลังซื้อที่ลดลงจากการ คำสั่งปิดกิจการและการควบคุมการเดินทาง ทำให้เม็ดเงินจากการบริโภคในประเทศหายออกจากระบบเศรษฐกิจอีกประมาณ 1แสนล้านบาท รวม เป็นเม็ดเงินที่ประเทศต้องสูญเสียไปในช่วงครึ่งปีแรกกว่า 7 แสนล้านบาท และยังไม่สามารถประเมินผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19ได้อย่างชัดเจน ว่าจะยังคงส่งผลกระทบยืดเยื้อยาวนานมากน้อยแค่ไหน โดยยิ่งส่งผลกระทบยาวนานมากขึ้น จะยิ่งมีผลทำให้เม็ดเงินที่จะเข้ามาทำให้เศรษฐกิจของประเทศฟื้นตัวเสียหายมากขึ้นไปอีก

โดยสัปดาห์หน้าทางศูนย์พยากรณ์ฯ จะรวบรวมผลกระทบจากทุกภาคส่วน เพื่อปรับประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศในปีนี้ใหม่อีกครั้งซึ่งในเบื้องต้นคาดการณ์ได้ว่า เศรษฐกิจของประเทศจะยังคงติดลบอย่างแน่นอน โดยอาจจะติดลบสูงถึงร้อยละ6

]]>